อยุธยาระทม เร่งขนย้ายคนไข้ และอพยพคนออกจากพื้นที่ จนท.เร่งย้ายรถกว่า 100 คัน ออกจากสะพานปรีดีธำรง หวั่นรับน้ำหนักไม่ไหว สุดอนาถ! 3 ศพไม่มีโรงพยาบาลรับ กู้ภัยต้องขนศพขึ้นรถกลับ...
เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 54 นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่เขตเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา (เกาะเมืองอยุธยา) ยังวิกฤติหนัก โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ยังทยอยขนคนไข้ออกตลอดทั้งวัน ประมาณ 70 ราย ออกไปรักษาตามโรงพยาบาลใกล้เคียง เนื่องจากระดับน้ำยังสูงขึ้นและระบบไฟฟ้า ยังคงถูกตัดและให้เจ้าหน้าที่ช่วยอพยพประชาชน ที่ต้องการออกจากเกาะเมือง แต่ไม่ให้คนภายนอกเข้าไปในเกาะเมืองแล้วเกรงว่าจะเกิดอันตราย และที่น่าเป็นห่วงคือ มีประชาชนนำรถยนต์ไปจอดไว้บนสะพานปรีดีธำรง จำนวนนับ 100 คัน เกรงว่าสะพานจะรับน้ำหนักไม่ไหว และกีดขวางการจราจรอีกด้วย จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งขนย้ายรถออกไปจอดไว้บนถนนสายเอเชียให้หมดก่อนเกิดอันตราย และเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยใช้ศูนย์ราชการประชุมทุก 08.00 น. และสรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดเวลา 19.00 น. ของทุกวัน เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างทันท่วงที
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ บอกว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย คือรายแรก นางบ๊วย แซ่เบ้ อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/46 หมู่ 8 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา ป่วยเป็นโรคชราเสียชีวิตที่บ้าน ญาติๆ ต้องนำศพใส่เรือลากออกมาที่บริเวณสะพานปรีดีธำรงฝั่งเกาะเมือง ศพที่ 2 เป็นชายไทยไม่ทราบชื่อนามสกุล อายุประมาณ 30 กว่าๆ เสียชีวิตลอยน้ำมาที่หน้าวัดวงฆ้อง บริเวณเกาะเมือง และศพที่ 3 ยายไม่ทราบชื่อและนามสกุล อายุ 90 ปี เดินลุยน้ำออกบ้าน เพื่อจะมาขอเรือ แต่ไม่ได้จึงเดินกลับ คาดว่าเป็นตะคริวจมน้ำเสียชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเก็บศพทั้ง3 ศพ ขึ้นรถนำส่ง รพ.วังน้อย เนื่องจาก รพ.พระนครศรีอยุธยา ถูกน้ำท่วม แต่เจ้าหน้าที่ รพ.วังน้อยไม่ยอมรับศพทั้ง 3 โดยอ้างว่าทางโรงพยาบาลไม่มีนโยบายรับศพจากพื้นที่อื่น เจ้าหน้าที่จึงนำศพกลับมาไว้ที่ศูนย์วิทยุ ซึ่งศพทั้ง 3 ได้ส่งกลิ่นเหม็น
โดยนายปณไทย ฉัตรสุพรรณ อายุ 41 ปี ญาติของนางบ๊วย แซ่เบ้ บอกว่า ถ้าไม่มีโรงพยาบาลไหนรับชันสูตร เบื้องต้นญาติๆ จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลและเผาเอง
ด้านนายพากร วังศิลาบัติ ประธานอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วม สวนอุตสาหกรรมโรจนะ น้ำได้ไหลเข้าท่วมเฟส 1 และเฟส 2 แล้ว ประมาณ 200 โรงงานทางนิคมฯ ได้อพยพคนออกจากพื้นที่แล้ว คงเหลือแต่เพียงเจ้าหน้าที่ รปภ. ที่เฝ้าโรงงาน ทั้งนิคมสหรัตนนคร และสวนอุตสาหกรรมโรจนะถูกน้ำท่วม ทำให้มีคนงานตกงานแล้วประมาณ 1 แสนคน และค่าความเสียหายทั้ง 2 นิคมฯ ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท และสถานการณ์น้ำยังน่าเป็นห่วงนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค (บ้านหว้า) อ.บางปะอิน น้ำเจ้าพระยาได้ไหลจ่อด้านหลังนิคมฯแล้ว ทางนิคมฯได้ทำคันป้องกันเสริมเพิ่มขึ้นสูงเป็น 5.5 เมตรแล้ว |