“ยงยุทธ” พร้อมสนับสนุนข้อมูลช่วย “ประชา” ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ การันตีการจัดซื้อถุงยังชีพช่วยน้ำท่วมโปร่งใส โยนรอผลสอบสวนดีเอสไอสัปดาห์หน้า แช่งใครทุจริตอมเงินบริจาคหนีบาปกรรมไม่พ้น “เฉลิม” เมินจุดชนวนแตกแยกเดินหน้าเข็น พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ลุยล้างความผิดคดีทุจริต “ทักษิณ” ชี้ภายใน 4 ปีของรัฐบาลได้เห็นกฎหมายแน่ อ้างมองหน้าประชาชนไม่ติด หากไม่ทำตามนโยบายหาเสียง อวดขอยกร่างข้อกฎหมายด้วยตัวเอง พร้อมดึงทีมราชบัณฑิตร่วมให้คำแนะนำ ยันมีเนื้อหาให้ทุกสีได้ประโยชน์ร่วมกัน ยืนกรานไม่ต้องทำประชามติตัดสิน เขี่ยทิ้งกรณีสลายม็อบ 91 ศพไม่อยู่ในเงื่อนไข พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะเป็นการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ ขณะที่ ปชป.ขวางสุดตัวหวั่นปลุกความรุนแรงคืนสู่สังคม แนะตั้งคนกลางศึกษาหาข้อเท็จจริง
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยืนยันพร้อมสนับสนุนข้อมูลให้กับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรมและ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ในการชี้แจง ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 พ.ย.นี้ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆรอผลการตรวจสอบข้อกล่าวหาทุจริตจัดซื้อถุงยังชีพของดีเอสไอ ป.ป.ช.และสภาผู้แทนราษฎร
มท.1ให้รอดีเอสไอสอบซื้อถุงยังชีพ
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 24 พ.ย. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อกล่าวหาทุจริตจัดซื้อถุงยังชีพของ ศปภ.ว่า เรื่องดังกล่าวกรรมการสอบสวนชุดที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรมในฐานะ ผอ.ศปภ. ตั้งขึ้นมีคนระดับปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานก็สอบสวนแล้ว ผลออกมาว่าไม่มีอะไรที่ไม่ ชอบมาพากลไม่มีทุจริต แล้วสังคมสื่อมวลชนก็ไม่รับ ถ้ากระทรวงมหาดไทยรับมาสอบอีกก็จะกล่าวหาว่า กระทรวงมหาดไทยซื้อเวลา ส่งเรื่องให้ดีเอสไอสอบ ไม่ตั้งกรรมการสอบก็ไม่ยอมรับกันอีก ขณะนี้อย่างน้อยมี 3 หน่วยงานคือ ดีเอสไอ ป.ป.ช. และสภาผู้แทนราษฎร รับเรื่องดังกล่าวเพื่อจะเปิดอภิปรายแล้ว และวุฒิสภาก็รับเรื่องนี้ไปแล้ว ให้ใจเย็นรอสักนิดว่า หน่วยงานเหล่านี้จะสรุปผลอย่างไร เอาผลสรุปการสอบสวนของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบดีกว่า
ใครอมเงินบริจาคหนีบาปกรรมไม่พ้น
เมื่อถามว่าล่าสุด พล.ต.อ.ประชาระบุว่า การจัดซื้อถุงยังชีพ ดำเนินการในนามกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ที่นายยงยุทธเป็นประธาน ตกลงใครจัดซื้อกันแน่ รองนายกฯตอบว่า สิ่งของทางราชการ มีเอกสารเป็นหลักฐานทุกชิ้นทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นพูดเรื่องพวกนี้มันไม่มีประโยชน์เพราะเรื่องขณะนี้ไปสู่การตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เหลือเวลาอีกเพียงอึดใจเดียว เช่น ดีเอสไอ อย่างช้าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้าก็จะรู้ผลการสอบสวน เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ กราบเรียนหลายครั้งแล้วว่า ประชาชนเสียภาษีอากร ไม่ทราบหรอกว่ารัฐบาลจะเอาเงินไปทำอะไร แต่เงินที่ ประชาชนบริจาคคราวนี้เขาตั้งใจบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบ-อุทกภัย ฉะนั้นใครไปบิดเบี้ยวทำมิดีมิร้ายกับเจตนารมณ์ดังกล่าวแม้หนีอะไรพ้น แต่หนีบาปกรรมไม่พ้น
พร้อมสนับสนุนข้อมูลซักฟอก “ประชา”
เมื่อถามถึงการเชิญ พล.อ.ประชา รวมทั้ง 6 ผวจ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหารือเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม เพราะในวันที่ 27 พ.ย.นี้ จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลใช่หรือไม่ นายยงยุทธตอบว่า ไม่เกี่ยวกันเลย เพราะการอภิปรายมีการเตรียมข้อมูลหลักฐานไว้พร้อมแล้ว เมื่อถามอีกว่าดูสีหน้าท่านสบายใจ เป็นเพราะตัวเองไม่ได้ถูกฝ่ายค้านยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ใช่หรือไม่ นายยงยุทธตอบว่า ไม่ใช่ ในการทำงาน ครม.ก็รับผิดชอบร่วมกัน ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องตนพร้อมสนับสนุน เอกสารข้อมูลต่างๆอยู่แล้ว
อธิบดี ปภ.ท้าให้สอบ-ดำเนินคดี
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวถึงกรณีที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ระบุว่ามีข้าราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่งข้อมูลเอกสารการทุจริตจัดซื้อถุงยังชีพให้กับฝ่ายค้านว่า ข้อมูลในเรื่องของการจัดซื้อไม่ใช่เรื่องที่ต้องเป็นความลับ เพราะการจัดซื้อต้องเป็นไปตามระเบียนและหลักเกณฑ์ และข้อมูลต่างๆที่อยู่ทางกรรมาธิการก็ได้เรียกเอกสารไปตรวจสอบ ทั้งนี้ การที่รับราชการมาก็ทำงานให้กับทุกรัฐบาล ไม่ได้มีปัญหาผิดใจกับใคร เมื่ออยากตรวจสอบก็พร้อมให้ตรวจสอบ และทางกรมสอบสวนคดีพิเศษก็ได้เรียกไปชี้แจงแล้ว หากมีการตรวจสอบพบว่าผิดก็ดำเนินคดี จัดการได้ไม่ว่า แต่หากตรวจสอบไม่พบก็ช่วยกรุณาขอบคุณและชื่นชมตนด้วย อย่างไรก็ตาม ทาง ปภ.ก็ได้เตรียมข้อมูลไว้แล้ว ไม่มีปัญหา
“เฉลิม” ลั่นเดินหน้า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ทางด้านความคืบหน้าการหาช่องทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางกลับบ้านนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 พ.ย.นี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวคิดออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า ได้ชูนโยบายหาเสียงดังกล่าวในช่วงเลือกตั้งทุกจังหวัดมาตลอดว่า ถ้าประชาชนเห็นด้วยกับแนวทางพรรคเพื่อไทยที่จะสร้างความปรองดองให้คนในชาติ หรือต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกลับบ้านโดยปราศจากเงื่อนไขจากการปฏิวัติ ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะขาด ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไปเลือกพรรคอื่น ซึ่งประชาชนตัดสินใจเด็ดขาดเลือกพรรคเพื่อไทย ถือว่าเรื่องนี้เป็นประชามติแล้ว ถ้าไม่ทำเรื่องนี้จะมองหน้าประชาชนได้อย่างไร ยืนยันว่า พ.ร.บ. นิรโทษกรรมทำแน่ แต่วิธีการนั้นขอคิดก่อน จะเป็นคนเขียนกฎหมายฉบับนี้ด้วยตัวเอง โดยมีทีมงานเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต จะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป ทุกภาคส่วนจะได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง หรือบุคคลที่ได้รับผลกระทบในทางร้ายจากการทำรัฐประหาร 19 ก.ย. 49 เรื่องนี้จะใช้ระบบสภาเป็นตัวตั้ง และเป็นผู้อนุมัติ เนื้อหาครอบคลุมทั้งหมด เลิกกันหมดทุกเรื่อง ยุติกันหมด อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวไม่รวมกรณี 91 ศพ เพราะสาเหตุไม่ได้มาจากการปฏิวัติ แต่มาจากความฮึกเหิมห้าวหาญในการใช้อำนาจ
มั่นใจไม่มีม็อบชนม็อบอย่างแน่นอน
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้ทำเพื่อคนคนเดียว แต่ทำเพื่อส่วนรวม หากกระบวนการนี้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา ถือเป็นกระบวนการที่ชอบธรรมแล้ว อย่างไร ก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ควรพูดคุยเรื่องนี้ เพราะยังไม่ถึงเวลา เนื่องจากกำลังเร่งปราบปรามยาเสพติด และคดี 91 ศพ ให้เรียบร้อยก่อน แต่ถึงรัฐบาลจะเดินหน้าเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมก็อย่ามาอ้างนิติรัฐ นิติธรรม ไม่ใช่คนตกใจง่าย เพราะผู้ที่ปล้นอำนาจรัฐไป และสั่งฆ่าประชาชนก็ต้องได้รับผลพวงเช่นนี้ เรื่องดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล มั่นใจว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวไปสู่การปะทะ หรือม็อบชนม็อบแน่นอน เชื่อว่าเมื่อทราบข้อเท็จจริงก็น่าจะเข้าใจได้ เมื่อถามว่าได้พูดคุยเรื่องนี้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน ปล่อยให้นายกฯ แก้ปัญหาเศรษฐกิจดีกว่า อย่าดึงมาเกี่ยวข้อง
ไม่ทำประชามติประชาชนตัดสินแล้ว
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า พวกที่เคลื่อนไหวต่อต้านล่ารายชื่อ 2-3 หมื่นรายชื่อ แล้วตนไม่มี 3-4 หมื่นรายชื่อหรืออย่างไร ตนหาได้เป็นแสนรายชื่อ ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องทำประชามติ เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2554 ได้ทำแล้ว และบอกชัดไปแล้ว จะไม่มีการทำอีกให้เสียเงิน ยืนยันว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมไม่มีการตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไว้เป็นธงหลักในการดำเนินการ แต่ตั้งหลักบนข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ทั้งหมดจากการปฏิวัติ ผลกระทบกับใครต่อใครที่มีมูลเหตุมาจากการปฏิวัติ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณคือคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากความเลวร้ายของการปฏิวัติ และควรจะมีสิทธิ์ นอกจากนี้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะครอบคลุมถึงกฎหมายที่กล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณทุจริตด้วย เพราะการถูกกล่าวหาดังกล่าวมาจากการปฏิวัติ แต่ยังไม่ขอบอกรายละเอียดทั้งหมด เดี๋ยวจะไม่ตื่นเต้น สำหรับกระแสคัดค้าน พ.ร.ฎ.อภัยโทษ และ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมองว่า เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้ตื่นเต้นเพราะเป็นกลุ่มคนเก่าๆ ที่ไม่เข้าใจในเนื้อหาที่ทำ อย่างไรก็ตามใน 4 ปีที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลต้องได้เห็น พ.ร.บ.ดังกล่าวแน่นอน ทั้งนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวอาจถูกค้านในสภาฯแล้วตกก็ได้ ถ้าพรรคฝ่ายค้านมีเทคนิค มีทีเด็ดในการวิพากษ์วิจารณ์ในข้อกฎหมาย แต่กระซิบให้เลยว่า ฝ่ายค้านบางคนยังจะแอบให้คะแนน พ.ร.บ.ดังกล่าวเลย
“อภิสิทธิ์” พร้อมให้สอบคดี 91 ศพ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ระบุว่าจะเร่งสะสางคดี 91 ศพ โดยรัฐบาลชุดที่แล้วอย่ามาอ้างหลักนิติรัฐนิติธรรมนั้น ตนก็พร้อมที่จะชี้แจง และยืนยันว่าการทำงานของรัฐบาลในขณะนั้น ยึดตามกรอบของกฎหมาย และมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาบ้านเมือง อีกทั้งการที่มีความพยายามที่จะเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ ก็ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะฝ่ายที่ไม่รับข้อเสนอของรัฐบาลขณะนั้นก็คือกลุ่มคนเสื้อแดง อย่างไรก็ตาม คงไม่มีใครที่จะทราบรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมด ก็คงต้องให้มีการตั้งคณะกรรมการที่เป็นอิสระขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ ในส่วนเจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เมื่อถามว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาลชุดนี้ ในเรื่องการพิจารณาเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ก็ต้องดูการทำงานของรัฐบาลต่อไป เชื่อว่าคงจะมีโอกาสในการที่จะได้พูดคุยทั้งรัฐบาลและ คอป. ในการหาทางออกร่วมกันต่อไป
ปชป.จิกปมพิรุธออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ระบุถึงการออก พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เป็นการสับขาหลอกของรัฐบาลว่า น่าเสียใจที่คนเป็นรองนายกฯ เห็นความขัดแย้งและแตกแยกของคนในชาติเป็นเรื่องสนุก ไม่ทราบว่าต้องการหลอกใคร เรื่องนี้เกี่ยวกับพระราชอำนาจ อยากให้ผู้รับผิดชอบระมัดระวังในการพูด หากเรื่องดังกล่าวไม่มีวาระซ่อนเร้น เหตุใดต้องประชุมลับ ให้ข้าราชการออกจากห้องประชุม หากรัฐบาลมีเจตนาบริสุทธิ์ เหตุใดนายกฯต้องตำหนิรัฐมนตรีที่แพร่งพรายเรื่องนี้ พรรคจะตรวจสอบว่าเรื่องนี้ที่เสนอหรือส่งต่อไปยังคณะกรรมการพระราชกฤษฎีกานั้น เป็นชุดเดียวกับที่ได้พิจารณาใน ครม. หรือไม่ หรือการเปลี่ยนแปลงเอกสาร หลังจากที่รัฐบาลเห็นว่ามีกระแสต่อต้านเกิดขึ้นและรุนแรงต่อเนื่อง
รัฐบาลพลิกเกมแขวนนิรโทษกรรม
นายชวนนท์กล่าวว่า ส่วนกรณี ร.ต.อ.เฉลิมจะผลักดันออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและความรุนแรงกลับมาสู่สังคมอีก การปรองดองควรให้ผู้ไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งเป็นผู้ศึกษาหาข้อเท็จจริง ต้องปราศจากความมุ่งหวังช่วยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่สำคัญต้องไม่ทำลายระบบนิติรัฐ นิติธรรม การที่ ร.ต.อ.เฉลิมอ้าง 15 ล้านเสียงที่ทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง เพื่อออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ฝ่ายบริหารจะอ้างเสียงประชาชนไปแทรกแซงอำนาจส่วนอื่นๆ เช่น ตุลาการ หากเป็นเช่นนี้ในอนาคต ใครที่ทำผิดต่อประเทศก็หาทางเอาชนะการเลือกตั้ง แล้วลบล้างความผิดให้ตนเองได้ รัฐบาลควรเอาเวลาไปแก้ไขปัญหาประเทศ ปฏิบัติตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ เช่น ค่าแรง 300 บาท ที่ขณะนี้มีการเลื่อนไปเริ่มต้นใน 7 จังหวัดนำร่อง วันที่ 1 เม.ย.นี้ ไม่ตรงกับสิ่งที่ได้เคยสัญญากับประชาชนว่าจะทำทันที
“ศิริโชค” จวกไอซีทีเมินเว็บหมิ่นฯ
นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ระบุการปิดเว็บหมิ่นสถาบันเป็นเรื่องยาก เนื่องจากผู้กระทำผิดอยู่ต่างประเทศว่า ไม่แน่ใจว่า น.อ.อนุดิษฐ์มีเจตนาปกป้องคนเหล่านี้ หรือเป็นเพราะความไม่รู้ ไม่เข้าใจงานเทคโนโลยี ยืนยันว่า น.อ.อนุดิษฐ์โกหก หรือได้รับข้อมูลผิดพลาดจากคนรอบข้าง เพราะตัวผู้กระทำผิดไม่ได้อยู่ต่างประเทศแน่นอน ตนได้สุ่มตัวอย่างเฟซบุ๊กที่มีปัญหา 50 บัญชีมาตรวจสอบเชิงลับโดยผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศพบว่า 98% อยู่ในประเทศไทยทั้งสิ้น ขณะนี้ น.อ.อนุดิษฐ์ไม่มีท่าทีจะประสานงานขอเส้นทางกระทำความผิด (ไอพี) จากเฟซบุ๊กเลย หรือเพราะมีความสำคัญน้อยกว่ากรณีทวิตเตอร์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทั้งที่เฟซบุ๊กพร้อมให้ความร่วมมือตรวจสอบเพราะทำให้เฟซบุ๊กเสียหาย ขอเรียกร้อง น.อ.อนุดิษฐ์แจ้งให้เฟซบุ๊กยกเลิกแขวนบัญชีดังกล่าว และนำตัวคนเหล่านี้มาลงโทษ เพราะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำลายล้างในเว็บไซต์ คือบุคคลในกลุ่มเสื้อแดง
“อนุดิษฐ์” ยันปราบเว็บหมิ่นสถาบัน
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า กระทรวงไอซีที ยืนยันได้ดำเนินการระงับการแพร่หลายเนื้อหาไม่เหมาะสมอันกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมาโดยตลอด โดยช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงไอซีทีได้ร้องขอไปยังผู้ให้บริการเฟซบุ๊กให้ดำเนินการปิดกั้นให้ไม่สามารถเข้าถึงชื่อบัญชี ที่ดำเนินการไม่เหมาะสมได้ จำนวน 26,000 ยูอาร์แอล และช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. อีกกว่า 60,000 ยูอาร์แอล เป็นการปิดตั้งแต่ต้นทาง และสามารถปิดยูอาร์แอลที่เกี่ยวข้องอื่นๆได้อีก โดยไม่ต้องไปไล่ปิดทีละยูอาร์แอล ทั้งนี้ การปราบปรามเว็บไซต์ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับสถาบันนั้น เป็นเรื่องที่กระทำมิได้โดยง่าย แต่ได้ประสานงานกับต่างประเทศก็ได้ผลดี มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ การดำเนินการเกี่ยวกับสถาบันนั้น มิได้นำมาประกาศออกสื่อสาธารณะ เพราะเกรงจะเป็นการสร้างแรงจูงใจประชาชนบางกลุ่มเกิดความสนใจ ทำให้อยากค้นหาข้อมูลดังกล่าว หรืออาจเป็นการสร้างกระแสข้อมูล ทำให้ประชาชนอยากเข้าไปค้นคว้าหาข้อมูลดังกล่าว ถือเป็นการเผยแพร่ต่อสื่อสาธารณะ และเป็นประเด็นให้สื่อต่างประเทศนำไปขยายความเพิ่มขึ้นด้วย |