ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ข่าวรายวัน » ประเด็นร้อน

“วีรพงษ์ รามางกูร” ลั่นมั่นใจปีหน้าแม้น้ำจะมากเท่าปีนี้

“วีรพงษ์ รามางกูร” ลั่นมั่นใจปีหน้าแม้น้ำจะมากเท่าปีนี้

ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) วีรพงษ์ รามางกูรลั่นมั่นใจปีหน้าแม้น้ำจะมากเท่าปีนี้ แต่จะไม่เกิดอุทกภัยร้ายแรง เพราะวางระบบบริหารจัดการน้ำเบื้องต้นไว้แล้วใน 12 เดือนข้างหน้า คาดว่าแผนทุกระยะใช้เงิน 350,000 ล้านบาท โดยระดมเงินจากประชาชนในประเทศ  นายกรัฐมนตรีร่วมงานมอบรางวัล กำพล วัชรพลสาวนักศึกษานิติศาสตรมหาบัณฑิต ธรรมศาสตร์ คว้ารางวัลชมเชย วิทยานิพนธ์ด้านสื่อสารมวลชน

เป็นประจำทุกปีที่มูลนิธิไทยรัฐจะมีการมอบรางวัล
กำพล วัชรพลสำหรับวิทยานิพนธ์ด้านสื่อสารมวลชน โดยในปีนี้มีขึ้น เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ธ.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 9 อาคาร 9 สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มูลนิธิไทยรัฐ จัดงานมอบรางวัล กำพล วัชรพลสำหรับวิทยานิพนธ์ด้านสื่อสารมวลชน ประจำปี 2554 โดยมี คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล ประธานมูลนิธิไทยรัฐ เป็นประธานในพิธี และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานมอบรางวัลแก่ครู  ผู้บริหาร และโรงเรียนไทยรัฐวิทยาดีเด่น ประจำปี 2554 โดยมี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. นายเสน่ห์ ขาวโต รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยนางยิ่งลักษณ์ วัชรพล ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ นายสราวุธ วัชรพล หัวหน้ากองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร กรรมการบริหารมูลนิธิไทยรัฐ และแขกผู้มีเกียรติร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายมานิจ สุขสมจิตร กรรมการบริหารมูลนิธิไทยรัฐ ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาให้รางวัล
กำพล วัชรพลกล่าวรายงานว่า คณะกรรมการพิจารณาวิทยานิพนธ์ได้คัดเลือกวิทยานิพนธ์เรื่อง การนำเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นของหนังสือพิมพ์ : ศึกษากรณีการติชมบุคคล สาธารณะทางการเมือง ของ น.ส.จุฑาพิชญ์ สถิรวิสาลกิจ นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ได้รับรางวัลกำพล วัชรพล ในระดับชมเชย ซึ่งเป็นผลงานวิทยานิพนธ์ที่ดี เป็นประโยชน์ต่อวงการสื่อมวลชนอย่างยิ่ง เพราะมุ่งเน้นศึกษาวิจัยเพื่อสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนทั้งทางกฎหมายและจริยธรรมความรับผิดชอบของสื่อในการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลสาธารณะ โดยเฉพาะในแวดวงการเมือง

จากนั้นคุณหญิงประณีตศิลป์ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณรางวัล
กำพล วัชรพลแก่ น.ส.จุฑาพิชญ์พร้อมเงินสด 100,000 บาท และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ รศ.สุรศักดิ์  ลิขสิทธิ์วัฒนกุล  คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาด้วย
ในขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์มอบรางวัลแก่ครู
  ผู้บริหาร และโรงเรียนไทยรัฐวิทยาดีเด่น ปี 2554 พร้อมกล่าวว่าตนชื่นชมท่านกำพล วัชรพล ที่ได้ริเริ่มทำกิจกรรมเพื่อสังคมมานานกว่า 30 ปี ด้วยทุนทรัพย์และดอกผลของไทยรัฐ จึงทำให้มีโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 101 โรง มีครูและบุคลากรที่มีความรู้ และยังมีโครงการที่ดีสู่วงการศึกษาและสังคมไทย เพราะการพัฒนาคนคือการพัฒนาประเทศ จึงไม่แปลกใจที่ท่านกำพลยังอยู่ในหัวใจของเราทุกคนในวันนี้

น.ส.จุฑาพิชญ์เจ้าของรางวัลกำพล วัชรพล ให้สัมภาษณ์ว่า วิทยานิพนธ์ของตน มีจุดสำคัญ ที่อยากชี้ให้เห็นคือคุณค่าความเป็นข่าว ที่ต่างประเทศจะให้ความสำคัญ โดยใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่า มีความผิดหรือไม่ แต่ไทยยังไม่ค่อยเน้นเรื่องนี้ สำหรับรางวัลที่ได้รับรู้สึกดีใจมาก ถือเป็นการจุดประกายให้ประชาชนได้มีโอกาสนำเสนอความคิดเห็น องค์ความรู้ที่ได้ศึกษาเผยแพร่ให้สังคมได้รับรู้ ขอบคุณ นสพ.ไทยรัฐที่จัดให้มีรางวัลกำพล วัชรพล เชื่อว่าจะเป็นอีกทางหนึ่ง ที่จะส่งเสริมให้นิสิตนักศึกษาได้พัฒนาความคิดการศึกษาให้ดียิ่งๆขึ้น

จากนั้นเวลา 14.50 น. นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ได้กล่าวปาฐกถาในงานนี้ ในหัวข้อ
ความหวังของประเทศไทยว่า อุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เรียกว่า มหาอุทกภัย เพราะเป็นครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยที่เราเก็บสถิติเป็นต้นมา และจากที่เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 2485 ก่อนตนเองเกิด 1 ปี ตอนนี้ตนอายุ 67 ปี แปลว่า ในรอบ 70 ปีที่ผ่านมา ครั้งนี้เป็นอุทกภัยใหญ่ที่สุด เมื่อเทียบความสูงของแม่น้ำเจ้าพระยาในปี 2485 สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 2.48 เมตร ขณะที่ปี 2526 2.42 เมตร และในปีนี้ 2.60 เมตร จึงเป็นอุทกภัยที่มีปริมาณน้ำสูงที่สุด และเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่นอกจากการท่วมไร่นาแล้ว ยังท่วมโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง ซึ่งเป็นหัวใจพื้นฐานของอุตสาหกรรมบ้านเรา  อีกทั้งน้ำยังท่วมสนามบินดอนเมือง ถนนหนทาง เป็นเหตุให้ภาคบริการ ท่องเที่ยว เสียหายมากมาย ในช่วงเฉพาะหน้านี้รัฐบาลมีคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (กฟย.) ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาดไทย เป็นประธาน และมีคณะอนุกรรมการอีก 3 ชุด ที่รีบเร่งในการเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยอยู่

นายวีรพงษ์กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ได้ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ที่มีตนเป็นประธาน และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นที่ปรึกษา และคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดนี้ ได้ทำงานกันอย่างใกล้ชิด เริ่มต้นตั้งแต่น้ำยังไม่ลด ถ้าสังเกตจะเห็นว่า คณะกรรมการ กยอ.ไม่ได้เข้ามาฟื้นฟูน้ำท่วมอย่างเดียว แต่หาโอกาสพลิกวิกฤตการณ์เพื่อสร้างอนาคตของประเทศไปพร้อมๆ กันด้วย ดังนั้น งานของคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด กล่าวได้ย่อๆว่ามีลักษณะรีบด่วน เป็นเรื่องระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว

ประธาน กยอ.กล่าวอีกว่า สำหรับระยะสั้นได้ประกาศไปแล้วว่า ใน 12 เดือนข้างหน้าแม้ฝนตกมากมายเท่ากับปีนี้หรือมากกว่าปีนี้ ปัญหาอุทกภัยจะไม่ร้ายแรงอย่างปีนี้ จะไม่ทำความเสียหายให้ประเทศและประชาชนเหมือนในปีนี้ เหตุที่กล้าพูดเช่นนี้เพราะได้เฝ้าดู ในเรื่องการป้องกันในช่วงที่เกิดอุทกภัย ที่มีปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะความไม่มีเอกภาพในการจัดการบริหารน้ำ เริ่มต้นจากการแก้ไขทัศนคติของกรมที่เกี่ยวกับน้ำและผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลพื้นที่ที่น้ำผ่าน เพราะโดยปกติประเทศไทยจะไม่มีน้ำมากและขาดน้ำ ดังนั้น ทัศนคติของรัฐบาลกลางคือ จัดหาน้ำ เก็บน้ำ เพื่อเอามาใช้ในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และใช้ในครัวเรือน หรือแม้แต่กรมที่เกี่ยวกับน้ำ คือ กรมชลประทาน คือ กรมให้น้ำ ไม่ใช่กรมระบายน้ำ ฉะนั้น ทัศนคติในปัจจุบันต้องเปลี่ยนไป ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ จะไม่เชื่อเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะภัยพิบัติเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงมากกว่าเดิม แต่การเปลี่ยนทัศนคติก็ทำได้ยากเพราะเป็นเรื่องของความเคยชิน

นายวีรพงษ์กล่าวด้วยว่า สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ 1. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำต้องคิดจัดการบริหารน้ำ ไม่ใช่หา จัดเก็บ และส่งน้ำเท่านั้น ซึ่งในภาวะปกติอาจทำได้ แต่เมื่อใดที่มีภัยพิบัติเกิดขึ้น มีน้ำมากกว่าปกติต้องเปลี่ยนหาทางระบายน้ำและส่งน้ำลงทะเล เพื่อไม่ให้เกิดอุทกภัยและความเสียหาย 2.เราบกพร่องไม่ได้เตรียมการเครื่องไม้ เครื่องมือ และจากน้ำท่วมในปี 2526 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้สนพระทัยเอาใจใส่และลงมาดำเนินการทำโครงการป้องกันน้ำท่วมในกรุงเทพฯ มีการก่อสร้างเรื่อยมาทั้งคันกั้นน้ำ ทำนบ การขุดลอกคลองคูต่างๆ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2527 สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ทำมาเรื่อยๆเงียบๆ โดยที่เราไม่ได้สังเกต แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดูแลคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริต่อเนื่อง ทั้งเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เลียบคลองรังสิต เลียบคลองรพีพัฒน์ แม้แต่ฝั่งตะวันตกที่มีคันกั้นน้ำ ก็ปล่อยปละละเลยไม่ได้ตั้งงบประมาณดูแล ไม่เคยดูว่ามีเครื่องสูบน้ำหรือไม่ ขณะที่ปล่อยประตูน้ำชำรุดทรุดโทรม

ประธาน กยอ. ยังกล่าวอีกว่า ฉะนั้น ต้องตั้งองค์กรบริหารน้ำอย่างมีเอกภาพ เป็นองค์กรเดียว เวลามีวิกฤติน้ำมีความจำเป็นอย่างยิ่งและต้องจัดการบริหารน้ำก่อนถึงฤดูน้ำหลาก ต้องแก้ไขข้อจำกัดที่รัฐบาลมีหน้าที่ส่วนรวม ส่วนองค์กรท้องถิ่น จังหวัด หรือกรุงเทพฯ แยกกันบริหารไม่ได้อีก เพราะคงไม่มีใครอยากให้พื้นที่ตนท่วม ที่ผ่านมา กรุงเทพฯเลยกลายเป็นที่ขวางน้ำขนาดใหญ่ จากนครสวรรค์ลงสู่ทะเล หากแก้ไขระบบการตัดสินใจได้ การแก้ปัญหาเรื่องน้ำจะลดลงไปเกือบครึ่ง ขณะเดียวกัน ระยะสั้นต้องกลับไปจัดการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ทำหน้าที่ป้องกันน้ำท่วมและส่งน้ำ ทั้งประตูน้ำพระอินทร์ ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ หลายอันทำได้ก่อนน้ำจะท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา และการเสริมคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริ ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ ที่เป็นคันกั้นน้ำชั่วคราวก็ทำให้ถาวร และทำประตูน้ำให้ทันสมัย มีระบบคอมพิวเตอร์ควบคุม
  ไม่ใช่กคูคลอง ซึ่งเข้าไปจัดการได้ใน 12 เดือนข้างหน้า อีกทั้งการแก้ปัญหาในลุ่มเจ้าพระยา ในแม่น้ำปิง วัง และน่าน มีเขื่อนเก็บกักน้ำแล้ว แต่แม่น้ำยมยังไม่มีเขื่อน จึงถึงเวลาต้องดำเนินการได้แล้ว นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องแก้ไขศูนย์ข้อมูลเรื่องน้ำที่มีอยู่ไม่ทันสมัยและข้อมูลดีเกินจริงทำให้การบริหารจัดการผิด

อีกส่วนที่ต้องทำให้เสร็จใน 12 เดือน คือ ระบบเตือนภัย โดยเดือน ก.ค.-ส.ค.ปีหน้า ต้องบอกได้ล่วงหน้า 1 เดือนว่าจุดใดน้ำจะมาและพื้นที่ที่อยู่น้ำจะท่วมหรือไม่ ไม่ใช่บอกว่าน้ำจะท่วมเป็นหย่อมๆ หรือปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ที่น้ำท่วมทุก 2-3 ปี จะต้องไปแก้ไขพื้นที่ เหนือจากนั้นเพื่อไม่ให้เกิดอีก โดยปัญหาทั้งหมดนี้มีไว้ให้แก้ ไม่ใช่มีปัญหาให้แพ้ ผมคิดว่าทุกอย่างมีปัญหา หากแก้ไม่ได้ก็อย่ามารับตำแหน่งประธาน กยอ.

นายวีรพงษ์กล่าวว่า ต่อไปกรุงเทพฯจะเป็นพื้นที่น้ำผ่าน ไม่ใช่พื้นที่แห้งผาก ไม่ยอมให้ผ่านและใช้อุโมงค์ระบายน้ำให้เต็มที่ทั้งหมด รวมทั้งใช้ประโยชน์ของแก้มลิงให้เต็มที่ และต้องตกลงว่าระบบฟลัดเวย์จะเอาอย่างไร ซึ่งไม่ว่าเอาแบบใดก็ต้องก่อสร้างหลายปี ต้องมีแผนระยะสั้น กลาง ยาว โดยทั้งหมดจะนำเข้าที่ประชุม ครม.ไม่เกินกลางเดือนหน้า จากนั้นจะเริ่มเปิดประมูลได้เลย ส่วนเม็ดเงินที่จะใช้ในเบื้องต้น 350
,000 ล้านบาท หลายคนคิดว่าต้องใช้มากกว่านี้ มองว่าตนขี้เกียจหรือไรจึงใช้เท่านี้ ซึ่งวงเงินดังกล่าวมีที่มาจากโครงการที่มีอยู่ในใจ หากจะมีโครงการมากขึ้นค่อยพิจารณาใหม่ แต่ที่กันไว้เท่านี้เพราะคิดว่าต้องใช้ในโครงการต่างๆ 300,000 ล้านบาท ส่วนอีก 50,000 ล้านบาท เอาไว้เป็นเงินสำรอง ในกรณีบริษัทรับประกันภัยต่อ ตั้งแง่ขอขึ้นราคาประกัน

นายวีระพงษ์กล่าวตอนท้ายว่า ขณะที่การหาเงิน จะให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินกลับไปบริหาร เพราะเป็นหนี้ที่ ธปท.ก่อขึ้น แต่ในช่วงนั้น ธปท.ไม่มีทุนสำรองบริหารเพียงพอ แต่ขณะนี้สถานะ ธปท.ดีขึ้นแล้ว ทั้งนี้ จะทำให้หนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ที่ปัจจุบัน 41% หายไป 15% ของจีดีพี จึงทำให้รัฐบาลก่อหนี้เพิ่มได้ จากนั้นจะระดมทุนจากประชาชนผ่านกองทุนวายุภักษ์ และกองทุนวายุภักษ์จะไปลงทุนในหุ้นรัฐวิสาหกิจ ที่กระทรวงการคลังถืออยู่ ซึ่งกระทรวงการคลังก็จะได้เม็ดเงินไปใช้ในงบประมาณมากขึ้น ขณะที่รัฐบาลยังถือหุ้นรัฐวิสาหกิจเท่าเดิม เพราะกองทุนวายุภักษ์เป็นรัฐบาลเช่นกัน

เขียนเมื่อ : 28 ธ.ค. 2554,10:08   เข้าชม : 323 ครัั้้ง   แจ้งลบ

ข่าวรายวัน » ประเด็นร้อนอื่นๆที่น่าสนใจ
กลุ่มแฮกเกอร์แสบ ออกประกาศเตรียมถล่มเฟซบุ๊ก 5 พ.ย.นี้
รวบหนุ่มไนจีเรีย มีพิรุธจับเอกซเรย์พบโคเคนในท้อง 13 ก้อน
กทพ.อนุโลม จอดรถบนสะพานต่างระดับ และทางด่วน
เข้มต้องจอดเฉพาะเลนซ้ายเท่านั้น
บินไทยเพิ่มเที่ยวบินพร้อมจัดโปรโมชั่น
เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : “วีรพงษ์ รามางกูร” ลั่นมั่นใจปีหน้าแม้น้ำจะมากเท่าปีนี้
ชื่อ
อีเมล์
รายละเอียด
รหัสลับ