ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ข่าวรายวัน » ข่าวเด่น

"เจริญ" หาช่องล้มกระดาน "4 บริษัท" ตัวเก็งสร้าง "รัฐสภาใหม่"

"เจริญ" หาช่องล้มกระดาน "4 บริษัท" ตัวเก็งสร้าง "รัฐสภาใหม่" ชี้ได้สิทธิ์ไม่โปร่งใส ชง "สนามกอล์ฟชลประทาน-ค่ายอดิศร" อ้าง "เกียกกาย" ปัญหาอื้อ ทั้งน้ำท่วม-ไฟไหม้-วินาศกรรม หวั่นเสียค่าโง่ เตรียมสรุปให้ "สมศักดิ์" ชี้ขาดวันนี้...

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการติดตามและเร่งรัดโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้เชิญบริษัทที่ปรึกษา และบริษัทผู้ออกแบบเข้าชี้แจงเกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้าง และรายละเอียดการย้ายออกของเจ้าของพื้นที่เดิม ซึ่งกรรมการหลายคนแสดงความเป็นห่วงถึงผลกระทบที่อาจเกิดจากน้ำท่วม และการป้องกันอุบัติเหตุวินาศภัยที่อาจเกิดขึ้น เพราะมีการออกแบบให้ห้องควบคุม หม้อแปลง พื้นที่จอดรถอยู่ชั้นใต้ดินทั้งหมด หากเกิดเหตุระเบิดขึ้นมาอาจทำให้โครงสร้างอาคารเสียหายถึงขั้นถล่มลงมาได้

ทั้งนี้ นายเจริญได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องระยะเวลาการย้ายของหน่วยงาน และชุมชนที่ขอยืดระยะเวลาออกไป อาจส่งผลกระทบต่อการเริ่มก่อสร้าง และไม่สามารถเปิดให้ประกวดราคาได้ทันตามกำหนดเดิม ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และบริษัทผู้ได้รับประมูลงานจะฟ้องร้องได้ภายหลัง ซึ่งนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กำชับว่าไม่ควรให้เกิดความสุ่มเสี่ยงเช่นนั้น เพราะรัฐสภาถือเป็นผู้ออกกฎหมาย หากถูกฟ้องร้องจะเป็นเรื่องไม่เหมาะสม จึงมอบให้บริษัทที่ปรึกษาไปทบทวนและทำรายละเอียดการย้ายออกจากพื้นที่ของหน่วยงานมาให้รวมทั้งบริษัทผู้ออกแบบให้ไปวางแผนป้องกันเหตุทั้งน้ำท่วม วินาศภัย และการก่อการร้ายให้รัดกุม โดยกำหนดระยะเวลาภายใน 3 วัน เพื่อจะได้วางปฏิทินการประกวดราคาได้ต่อไป

ด้านผู้แทนบริษัทผู้ออกแบบชี้แจงว่า ในส่วนระบบป้องกันน้ำท่วม มีการเตรียมการไว้ส่วนหนึ่งโดยเชื่อว่าเขื่อนกั้นน้ำของ กทม. ที่สูงกว่า 4 เมตรจะป้องกันน้ำที่เอ่อเข้าท่วมพื้นที่ได้ เพราะจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา น้ำท่วมในพื้นที่ใกล้เคียงสูง 2.53 เมตร ดังนั้นหากมีน้ำท่วมสูงอีก 1.5 เมตร จะทำให้พื้นที่ กทม.ท่วมทั้งหมด เป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ ส่วนการย้ายพื้นที่โรงไฟฟ้าย่อย หม้อแปลง และโรงพิมพ์ขึ้นที่สูงสามารถทำได้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ขณะที่การป้องกันการเกิดอัคคีภัย วินาศภัยหรือการระเบิดนั้น ยืนยันว่าโครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นกำแพงคอนกรีตกันไฟ และทนต่อแรงระเบิดได้ตามมาตรฐาน และมีการแยกส่วนพื้นที่จอดรถยนต์สำหรับรถที่ใช้แก๊สไม่ให้จอดในพื้นที่ใต้ดิน ซึ่งนอกเหนือจากระบบโครงสร้างเพื่อป้องกันเหตุแล้ว ยังมีการออกแบบระบบบริหารจัดการการเข้าออกพื้นที่อย่างเข้มงวด และการวางแผนอพยพที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นส่วนเสริมไม่ให้เกิดเหตุด้วย

ขณะที่ผู้แทนบริษัทที่ปรึกษาได้ยอมรับว่า ขณะนี้งานล่าช้าจากแผนงานเดิมมากว่า 200 วัน จากเดิมที่กำหนดไว้ 5 เดือน ปัจจุบันกินเวลาไปกว่า 1 ปีแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของการเบิกจ่ายเงินค่าจ้างที่เบิกได้เพียง 1 งวดเท่านั้น จากที่กำหนดไว้ 5 งวด โดยจะขอเงินงวดที่ 2 ก่อน จากนั้นจะขอขยายการเบิกค่างวดออกเป็น 12 งวดตามระยะเวลาจริงที่เกิดขึ้น ถึงแม้ระยะเวลาจะล่วงเลยไปกว่าสัญญาที่ลงนามกัน แต่บริษัทที่ปรึกษายืนยันว่า มีความเข้าใจในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จะไม่ฟ้องร้องค่าเสียหายภายหลังแน่นอน

นายเจริญ ได้ย้ำว่า ยังเป็นห่วงในส่วนของการยกเลิกสัญญาของบริษัทผู้ควบคุมโครงการ 2 บริษัท ทราบว่าบริษัทดังกล่าวใช้วิศวกรคนเดียวกับบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งผิดหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ขณะที่อีกบริษัทใช้ใบวิศวกรรมปลอมมายื่นประมูล ซึ่งจะให้มีการดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในอนาคต รวมไปถึงกรณี 4 บริษัทเอกชนที่ได้รับการอนุมัติจากสภาฯชุดก่อนให้ขึ้นทะเบียนเพื่อคัดเลือก คุณสมบัติเบื้องต้นหรือพีคิวไว้ ส่วนตัวเห็นว่าเป็นการลัดขั้นตอน เพราะถึงปัจจุบันการออกแบบยังไม่แล้วเสร็จ รายละเอียดต่างๆ ยังไม่แน่นอน ล่าสุดอาจมีการขยายเวลาการก่อสร้างจาก 900 วันเป็น 1
,200 วัน และขยายพื้นที่ก่อสร้างจากเดิม 300,000 ตร.ม. เป็น 400,000 ตร.ม.อีกด้วย โดยมอบหมายให้ นายคำนวณ ชโลปถัมภ์ อดีต ส.ว.สิงห์บุรี ในฐานะกรรมการฯเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องข้อกฎหมายกับบริษัทเอกชนดังกล่าว การจำกัดสิทธิ์ให้เพียง 4 บริษัทนี้มีสิทธิ์รับงาน ถือว่าไม่ถูกต้อง จึงได้ส่งหนังสือหารือไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อสอบถามความเป็นไปที่จะยกเลิกการพีคิวของทั้ง 4 บริษัท เพราะเมื่อยังไม่ได้ลงนามในสัญญาจ้างก็ยังไม่มีผู้ใดเสียหาย และหากร่างเอกสารข้อกำหนดการประกวดราคา(ทีโออาร์) แล้วเสร็จ ทั้ง 4 รายยังมีสิทธิ์เข้าร่วมประมูลงานอย่างเปิดกว้าง

นายเจริญ กล่าวอีกว่า ขณะที่ยังไม่มีผลสรุปว่าจะย้ายสถานที่ก่อสร้างหรือไม่ จึงขอให้บริษัทที่ปรึกษาและผู้ออกแบบกลับไปทบทวนข้อสังเกตของกรรมการให้รัดกุม แล้วนำเสนอมาใหม่ หากพบปัญหาในจุดใดต้องแจ้งให้ทราบตรงไปตรงมา ตนจะสรุปเรื่องทั้งหมดรวมทั้งผลศึกษาข้อดีข้อเสียพื้นที่ราชพัสดุใหม่ 2 จุด ทั้งที่สนามกอล์ฟชลประทาน จ.นนทบุรี และค่ายอดิศร จ.สระบุรี ส่งให้ประธานรัฐสภาภายในวันที่ 17 ม.ค.นี้ และประธานสภาฯจะพิจารณาเรื่องให้เสร็จสิ้นว่าจะต้องย้ายสถานที่หรือไม่ อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่ประธานรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการประชุมมีวาระการพิจารณารายงานการสำรวจพื้นที่ราชพัสดุ สำหรับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยกรมธนารักษ์ ซึ่งได้นำเสนอ 2 พื้นที่ได้แก่ พื้นที่สนามกอล์ฟกรมชลประทาน จ.นนทบุรี จำนวน 243 ไร่ และพื้นที่ค่ายอดิศร จ.สระบุรี แต่ไม่เปิดให้สื่อมวลชนร่วมรับฟังแต่อย่างใด.
ข้อมูล : ไทยรัฐออนไลน์
เขียนเมื่อ : 17 ม.ค. 2555,10:05   เข้าชม : 101 ครัั้้ง   แจ้งลบ

ข่าวรายวัน » ข่าวเด่นอื่นๆที่น่าสนใจ
"สาวลำพูน" ถูกหวยรางวัลที่ 1 คว้าเงิน 4 ล้าน
เตรียมสร้างบ้านใหม่ให้แม่...
รองผู้ว่าฯกทม.เผยคอนโดหรูยังแข็งแรง
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผย ตรวจสอบคอนโดหรู สุขุมวิท โครงสร้างแข็งแรงดี ผู้ว่าฯ สั่งการเข้มตึกสูงทุกแห่ง หวั่นเหตุรุนแรง
18 ล้อ เกี่ยวสะพานลอย รถติดหนัก!
เกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุก 18 ล้อ เกี่ยวสะพานลอยตกถนน ทำเส้นกาญจนาภิเษกมุ่งหน้าบางแคกลายเป็นอัมพาต รถติดยาว
ผบ.ทบ.ขอหาที่มาภาพถ่าย ทหารบุกเผากระท่อมกะเหรี่ยง
ผบ.ทบ. ขอเวลาหาที่มาของภาพถ่ายที่ จนท.อุทยานและทหาร เผากระท่อมกะเหรี่ยง บริเวณเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ไม่เชื่อว่าจะเป็นการทำร้ายประชาชน
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : "เจริญ" หาช่องล้มกระดาน "4 บริษัท" ตัวเก็งสร้าง "รัฐสภาใหม่"
ชื่อ
อีเมล์
รายละเอียด
รหัสลับ