สหการประมูลเผย ตลาดรถยนต์มือสอง เดือน ธ.ค. 54 ความต้องการซื้อรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น 66% ส่วนราคาขายรถยนต์ขนาด 1,300-1,500 ซีซี ปรับตัวลดลง 12% ขณะที่ตลาดประมูลรถกระบะคึกคัก ยอดขายเพิ่มขึ้น 76% หลังน้ำท่วม เช่นเดียวกับตลาดรถจักรยานยนต์มือสอง ยอดขายพุ่งต่อเนื่อง 19% เชื่อตลาดปี 55 ยังสดใสช่วงไตรมาส 1 หลังค่ายรถเริ่มเปิดไลน์ผลิตรถยนต์...
นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหการประมูล จำกัด เปิดเผยถึงการสำรวจตลาดรถยนต์และจักรยานยนต์มือสองในช่วงเดือน ธ.ค.2554 ที่ผ่านมา ว่า ยอดขายจากการประมูลรถยนต์นั่งของสหการประมูล ในเดือน ธ.ค. 2554 เพิ่มขึ้น 66% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ สาเหตุเนื่องจากในช่วงท้ายปีมีรถยนต์หมดสัญญาเช่า ส่งเข้ามาร่วมประมูลขายในตลาดรถยนต์มือสอง ส่งผลให้อุปทานรถยนต์ประมูลเพิ่มขึ้น ทำให้ยอดขายจากการประมูลเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในส่วนของราคาประมูลเฉลี่ยรถยนต์นั่งของสหการประมูลในเดือน ธ.ค. 2554 ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ ส่วนตลาดรถยนต์นั่งประเภท 1,300-1,500 ซีซี ราคาจบประมูลเฉลี่ยปรับตัวลดลง 12% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ สหการประมูลคาดว่า แนวโน้มราคาซื้อขายรถยนต์ในเดือน ม.ค. 2555 จะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 230,000–245,000 บาทต่อคัน โดยความต้องการซื้อในตลาดยังดีอยู่ เนื่องจากเป็นรถยนต์ขนาดเล็กยอดนิยมของตลาด ประกอบกับอุปทานรถยนต์ใหม่ที่กว่าจะส่งมอบให้ลูกค้าที่จองซื้อในช่วงปลายไตรมาส 1 ปี 2555 ดังนั้น ตลาดรถขนาดเล็กยังดีจนถึงไตรมาส 1 ปีนี้
สำหรับตลาดรถยนต์นั่ง ประเภท 1,600-2,000 ซีซี ราคาขายจากการประมูลเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ ราคาประมูลรถยนต์ประเภทนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่ารถยนต์ประเภท 1,300-1,500 ซีซี ในช่วงวิกฤติน้ำท่วม เพราะเป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ ความนิยมใช้งานน้อยกว่ารถยนต์นั่งขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคาขายจากการประมูลเฉลี่ยในเดือน ม.ค. 2555 สหการประมูลคาดว่ามีแนวโน้มทรงตัวอยู่ที่ระดับ 250,000 บาทต่อคัน เนื่องจากสภาพคล่องในการซื้อเข้าขายออกรถยนต์ประเภทนี้ของเต็นท์รถยนต์ จะน้อยกว่ารถยนต์นั่งขนาดเล็ก ดังนั้น เมื่อราคาเริ่มปรับตัวขึ้นมาแล้ว คาดว่าแนวโน้มราคาประมูลในช่วง ม.ค.2555 น่าจะอยู่ในภาวะทรงตัว ทั้งนี้ สหการประมูลคาดว่า ตลาดประมูลรถยนต์นั่งขนาดเล็กยังคงมีสภาวะคึกคัก แต่ระดับราคาประมูลเฉลี่ยน่าจะเริ่มทรงตัว
ด้านภาพรวมตลาดประมูลรถกระบะ พบว่า ยอดขายผ่านการประมูลรถกระบะของสหการประมูลเดือน ธ.ค.2554 ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้น 76% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ แสดงว่าความต้องการในตลาดยังดีอยู่ โดยเฉพาะในตลาดภาคอีสาน เนื่องจากเป็นช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร จึงส่งผลให้กำลังซื้อในช่วงนี้ดี ประกอบกับพฤติกรรมผู้ซื้อรถยนต์หันมาซื้อรถกระบะเพิ่มมากขึ้นหลังเกิดวิกฤติน้ำท่วม ส่วนราคาขายจากการประมูลเฉลี่ยรถกระบะเดือน ธ.ค.2554 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ และเป็นที่น่าสังเกตว่า ระดับราคาขายรถยนต์จากการประมูลเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยลง หลังราคาประมูลปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้ โดยในเดือน ธ.ค.2554 ที่ผ่านมา เริ่มมีอุปทานรถกระบะจากบริษัทไฟแนนซ์เข้ามาในตลาด จึงส่งผลให้ระดับราคาประมูลเฉลี่ยเริ่มชะลอตัวลง
อย่างไรก็ตาม สหการประมูลคาดการณ์ ราคาประมูลเฉลี่ยของรถกระบะ Single cab ในเดือน ม.ค.2555 ทรงตัวที่ระดับ 226,200-230,000 บาท, Club cab อยู่ที่ 326,500-340,000 บาท และ Double cab อยู่ที่ 408,00-430,00 บาท ซึ่งเป็นราคาประมูลที่ทรงตัว แต่การซื้อขายน่าจะยังคึกคัก เนื่องจากอุปทานรถกระบะยังหาซื้อได้ยากในตลาด
ในขณะที่ภาพรวมของตลาดรถจักรยานยนต์ในช่วงเดือน ธ.ค. 2554 ที่ผ่านมา ยอดขายจากสหการประมูลปรับตัวเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ เนื่องจากผู้บริโภคมีกำลังซื้อดี หลังจากเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรแล้ว จึงส่งผลให้ยอดประมูลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 2 เดือน สำหรับราคาขายเดือน ธ.ค.2554 ที่ผ่านมา พบว่าขายประมูลขายรถจักรยานยนต์มือสองจากสหการประมูลปรับตัวเพิ่ม 2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ในขณะที่สภาพตลาดประมูลในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือน ธ.ค. มีบรรยากาศการประมูลค่อนข้างคึกคัก แต่เมื่อเริ่มมีข่าวว่า ฮอนด้า จะเริ่มเดินสายการผลิตได้เต็มที่ภายในปลายเดือน ธ.ค. และจะสามารถส่งมอบรถจักรยานยนต์จำนวน 100,000 คัน ให้กับบริษัทตัวแทนจำหน่ายได้ ส่งผลให้บรรยากาศการประมูลเริ่มซบเซาลงในช่วงปลายเดือน ธ.ค. โดยผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์มือสอง อาจชะลอการประมูลซื้อเพื่อการลงทุน เพื่อรอดูสถานการณ์อีกครั้งในช่วงต้นปี 2555
สำหรับแนวโน้มราคาประมูลเฉลี่ยจักรยานยนต์ ประเภท Moped ในเดือน ม.ค.2555 คาดว่าอยู่ในระดับ 23,000-23,200 บาทต่อคัน และจักรยานยนต์ประเภท Automatic ที่ระดับราคา 21,500–22,500 บาทต่อคัน ดังนั้น ตลาดประมูลจักรยานยนต์ในช่วงต้นปี 2555 อาจจะรอดูผลกระทบของข่าวอุปทานรถใหม่ที่จะเข้ามาในตลาด ผู้ซื้อส่วนหนึ่งอาจจะรอดูว่าแต่ละค่ายมีการเปิดตัวรถโมเดลใหม่หรือไม่ ดังนั้น สภาพตลาดประมูลจักรยานยนต์อาจทรงตัวในช่วงต้นปี 2555.
|