“ลูกตาล-จริญญา หาญณรงค์” เจ้าของบ้านที่ถูกใช้ซุกยาเสพติดมูลค่าพันล้าน หอบหลักฐานสัญญาเช่าบ้านเข้าพบตำรวจ ยืนยันความบริสุทธิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งยานรก ระบุปล่อยให้เช่ามาตั้งแต่กลางเดือน ส.ค.54 ตำรวจแฉ “แดง เป็นต่อ” ผู้ต้องหาตัวแสบที่กำลังไล่ล่า มีธุรกิจเปิดเต็นท์รถมือสองบังหน้าอยู่ย่านรัชดา-ห้วยขวาง เชื่อทำกันเป็นขบวนการใหญ่ ขนยาบ้า-ยาไอซ์มาจากทางภาคเหนือ เป็นเครือข่ายขุนส่า “รองนายกฯ เฉลิม” สั่งตำรวจทำงานตรงไปตรงมาอย่าไปกลั่นแกล้งใคร เตรียมชงรัฐบาลแยกคุกผู้ต้องขังคดียาเสพติดเป็นเอกเทศเพื่อควบคุมได้ง่าย ขณะที่ ผบ.ทบ. ยืนยันทะเบียนตรากงจักรบนรถตู้แก๊งยาเป็นของปลอมแน่นอน
กรณีตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 3 หมู่บ้านสัมมากร-รังสิต (คลอง 2) ซอย 63/1 ถนนรังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ของ น.ส.จริญญา หาญณรงค์ อายุ 41 ปี หรือ “ลูกตาล” อดีต ดารานักแสดงชื่อดัง ซึ่งปล่อยให้นายนิพนธ์ กันชาติ อายุ 53 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 714 ถนนไฮเวย์ลำปางงาว ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง เป็นผู้เช่าพักอาศัย พบยาบ้า 3,846,000 เม็ด ยาไอซ์ 71 กก. มูลค่านับพันล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ในบ้าน พร้อมยึดรถตู้โตโยต้า ทะเบียนตรากงจักร หมายเลข 9028 ที่จอดอยู่ในบ้านไว้ตรวจสอบ เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการนั้น
ความคืบหน้าของคดี ที่กองบัญชาการตำรวจ ภูธรภาค 1 เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 ม.ค. น.ส. จริญญา หาญณรงค์ พร้อมผู้ติดตามเป็นชาย 2 คน ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 ที่ห้องทำงาน นานกว่า 1 ชั่วโมง จาก นั้น น.ส.จริญญาและผู้ติดตามรีบเดินออกจากห้อง โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ และไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ น.ส.จริญญากล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ยัง ให้รายละเอียดอะไรไม่ได้ เพราะเรื่องยังไม่จบ” ก่อน จะเดินไปขึ้นรถยนต์ส่วนตัวที่จอดรออยู่ด้านหลังกลับไปทันที
ต่อมา พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 ได้เรียกตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีเข้าประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า น.ส.จริญญา หาญณรงค์ เจ้าของบ้าน ได้มาพบตำรวจ และให้รายละเอียดเกี่ยวกับบ้านที่เกิดเหตุ โดยปฏิเสธไม่มี ส่วนรู้เห็นกับขบวนการดังกล่าว น.ส.จริญญาอ้างว่าให้เช่าบ้านในราคา 30,000 บาทต่อเดือน แต่นาย นิพนธ์ กันชาติ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้ต่อรองราคา เหลือ 25,000 บาท แต่สรุปตกลงกันได้ในราคา 27,000 บาท เริ่มเช่าเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ ติดปัญหาเรื่องน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงได้ซ่อมแซมและเปิดให้เช่าใหม่ เบื้องต้นยังไม่พบว่า น.ส.จริญญา มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาแก๊งนายนิพนธ์ เชื่อว่าไม่มีส่วนรู้เห็นแน่นอน อย่างไรก็ตาม คงต้องรอให้พนักงานสอบสวน บช.ปส. สอบปากคำ น.ส. จริญญาอีกครั้ง พร้อมจะได้เรียกนายทหารนอกประจำ– การคนหนึ่ง รวมทั้งผู้ที่ถือกรรมสิทธิ์รถตู้และรถเก๋ง ที่มีการสวมทะเบียนปลอมทั้ง 2 คัน มาสอบปากคำด้วย
รรท.ผบช.ภ.1 กล่าวอีกว่า ในวันนี้ได้เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องในคดีประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ บช.ปส., ศสส.ภ.1, ชุดสืบสวน ภ.จ.ปทุมธานี, ชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง, สภ.คลองห้า และ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ มาหาข้อสรุปและวางแผนการทำงานในภาพรวม เพื่อจะได้ไม่ซ้ำซ้อนกัน ทั้งการประสานงานกับ บช.ปส. และเรื่องการฟอกเงิน ซึ่ง ปปง. รับไปดำเนินการตรวจสอบ ส่วนตำรวจภาค 1 ได้แบ่งชุดกันออกทำงานในเรื่องรถและตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง คดีนี้เป็นคดีสำคัญ ผู้บังคับ– บัญชาได้ให้ความสนใจ พร้อมสั่งให้ทำงานอย่างเต็มที่ หากพบมีใครเกี่ยวข้องก็ให้ดำเนินการเฉียบขาดและทลายเครือข่ายนี้ให้หมด สำหรับนายนิพนธ์ กันชาติ ที่ถูกออกหมายจับ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศ
พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.ภ.1 กล่าว ว่า จากการตรวจสอบประวัตินายนิพนธ์ กันชาติ หรือ ฉายา “แดง เป็นต่อ” พบว่ามีการเปิดเต็นท์ขายรถยนต์ มือสองบังหน้า ชื่อเต็นท์ “เป็นต่อ” อยู่ย่านรัชดา-ห้วยขวาง และคาดว่าน่าจะมีเต็นท์รถอีกหลายแห่ง ซึ่ง อยู่ระหว่างการสืบสวน เชื่อว่าขบวนการนี้เป็นขบวนการ ใหญ่ เนื่องจากแนวทางการสืบสวนยังพบว่า มีการขนยาบ้าและยาไอซ์ในช่วงกลางคืน และมาจากทางภาคเหนือ ส่วนจะมีใครอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังนั้นคงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานและรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดเสียก่อน
ขณะที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในระหว่างการขยายผลของ บช.ปส. และ บช.ภ.1 เกี่ยวกับเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง ได้สั่งขยายผลให้เต็มที่ ไม่ว่าใครที่เข้าไปเกี่ยวข้องให้ดำเนินคดี และหาพยานหลักฐานอายัดและยึดทรัพย์สิน เพราะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล และกระทบความเป็นอยู่โดยปกติสุขของประชาชน และชุมชนมากที่สุด เป็นภารกิจที่สำคัญจะล้มเหลวไม่ได้ ต่อไปจะต้องลดโอกาสและจำกัดขีดความสามารถในการผลิตจากแหล่งผลิต โดยสกัดกั้นสารตั้งต้นและสารเคมีที่ใช้ในการผลิต รวมทั้งนำเข้ายาเสพติด โดยสกัดกั้นที่จุดเสี่ยงแนวชายแดนในการสกัดกั้นตามเส้นทางลำเลียงยาเสพติด และป้องกันเยาวชนกลุ่มเสี่ยงตามชุมชน โรงเรียน ไม่ให้เข้าเป็นเหยื่อ เพื่อลดโอกาสกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่วงจรยาเสพติด
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวว่า เป็นผลงานของตำรวจที่มีไหวพริบ ปฏิภาณที่รับแจ้งติดตามรถที่เฉี่ยวชน และเข้าตรวจค้นจนพบยาไอซ์และยาบ้าจำนวนมาก ป.ป.ส. และ บช.ปส. ได้ร่วมกันขยายผลจนทราบว่าเป็นเครือข่ายนายชาญณรงค์ มูเซอ หรือเกษมทัศน์ เครือข่ายขุนส่า ราชายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ กรุงเทพฯ ปทุมธานี และนครสวรรค์ ขณะนี้กำลังตรวจสอบความเชื่อมโยงในเรื่องรถ บุคคล และเครือข่าย เพราะเป็นขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ จะต้องสืบสวนขยายผลและยึดทรัพย์สินเพื่อตัดวงจรแก๊งยารายนี้ ซึ่งมีหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมทั้งการใช้เอกสารทางราชการมาเป็นเครื่องมือตบตาเจ้าหน้าที่ ถือว่าเป็นเรื่องปกติของกลุ่มผู้กระทำผิด จะพยายามเอารัฐเข้าไปเกี่ยวข้องเชื่อมโยงไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น จับกุม มีการใช้ป้ายตรากงจักร และบัตรเจ้าหน้าที่เป็นสิ่งอำพราง จากการตรวจสอบนามบัตรเป็นนายทหารนอกราชการไม่น่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มพ่อค้ายาเสพติด
ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจับกุมยาเสพติดลอตใหญ่ได้ที่บ้าน น.ส.จริญญา หาญณรงค์ อดีตดารานักแสดงชื่อดัง จนมีการเชื่อมโยงกันทางการเมืองว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นภรรยาใคร แต่ว่าบ้านหลังนี้มีการให้เช่า ตำรวจก็ต้องตรวจสอบ ถ้าเขาเช่าจริงๆไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็เอาผิดเขาไม่ได้ ต้องเข้าไปดูว่าสัญญาเช่ามีหรือไม่ พฤติกรรมเป็นอย่างไร ตำรวจเขาให้ความเป็นธรรม โดยตนบอกว่าอย่าไปมองว่าใครอยู่พรรคไหน เพราะยาเสพติดมันโทษหนัก หากมีส่วนเกี่ยวข้องก็พลัวะ ถ้าเขาไม่เกี่ยวอย่าไปแกล้งจะเป็นเวรกรรมและเสียหายต่อรัฐบาล ส่วนการติดตามคนร้ายตอนนี้ตำรวจรู้ตัวแล้วและออกหมายจับแล้ว
เมื่อถามว่า แนวโน้มกรณีแยกผู้ต้องขังในคดียาเสพติดมีมากแค่ไหน ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า การแก้ไขปัญหา หากเราไม่มีการพัฒนาก็เหมือนพายเรือในอ่าง แก้ไม่จบสิ้น กระทั่งคนไปคิดว่าประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตยาเสพติด ซึ่งมันไม่ใช่ ย้ำว่าตรงนี้ต้องเป็นวาระแห่งภูมิภาค เราต้องแสดงความวิตกกังวลให้ชาวโลกได้รู้ว่าปัญหามันเกิดจากที่อื่น แล้วบ้านเราทุกข์ทรมานมานาน อย่างประเทศเดนมาร์ก เขาแยกคุกยาเสพติด และไม่ให้ผู้ต้องขังรายอื่นไปขังรวม อย่างในเรือนจำบางขวาง เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ก็มีการตัดนิ้วกันเกิดขึ้น เพราะมันมีการนำผู้ต้องขังคดีปล้นทรัพย์ไปขังรวมกับคดียาเสพติด พวกนี้เลยไปรวมหัวกันทำชั่ว ไปสู่ในทางเลวร้ายมากขึ้น ตนมีแนวคิดว่าหากจะมีคุกยาเสพติด ต้องตัดสัญญาณโทรศัพท์เลย เอาเฉพาะยาเสพติดอย่างเดียว จะควบคุมได้ง่ายกว่า โดยตนต้องเรียนให้นายกฯทราบก่อน ของบประมาณตรงไหน ส่วนสถานที่นั้นกรมราชทัณฑ์มีเยอะ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์กรณีตำรวจพบรถตู้สีขาว ทะเบียนตรากงจักร หมายเลข 9028 อยู่ในบ้านที่ซุกยาเสพติดย่านรังสิตคลอง 2 ว่า ป้ายทะเบียนดังกล่าวเป็นป้ายที่ทดลองใช้ ขณะนี้ตัวจริงอยู่ที่กรมการขนส่งทหารบก ส่วนที่ติดรถอยู่อันนั้นทำปลอมขึ้นมา คนที่ทำผิดกฎหมายก็ทำได้ทุกอย่าง ป้ายเป็นรถขนส่ง เดิมเป็นหน่วยงานที่อยู่ตามแนวชายแดน และยืนยันเพราะป้ายจริงมีอยู่ รถทหารมีป้าย ถึงเวลาเลิกใช้ก็ต้องเรียกมาเก็บ รถครึ่งหนึ่งเป็นทะเบียนของทหารและครึ่งหนึ่งเป็นทะเบียนพลเรือน ถ้ารู้ใครค้ายาเสพติด ทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะยศอะไร เอาใบเรียกมา เอาตำรวจไปจับ ดำเนินคดีทุกอย่างไม่มีช่วย ไม่มีละเว้น อย่างไรก็ตามเรามีมาตรการในการควบคุมการออกป้ายทะเบียน เวลารถคันไหนไปทำผิดกฎหมาย การตรวจสกัดก็มี เรามีสารวัตรทหารจะไปคอยดักจับรถพวกนี้ แต่รถพวกนี้มีมากจับได้บ้างไม่ได้บ้าง |