|
ตำแหน่งโฆษณา
|
|
|
 |
|
|
หมวด »
ข่าวรายวัน »
ประเด็นร้อน
|
สั่งขึ้นบัญชีดำพรานป่า |
|
สั่งขึ้นบัญชีดำพรานป่า อธิบดีกรมอุทยานฯเตรียมมาตรการเด็ดขาด วางกฎเหล็ก 3 ข้อ ประชุมหัวหน้าอุทยานฯทั่วประเทศรับบริจาคเงินเข้ากองทุนอาหารช้าง และขัดขวางการล่าช้างป่าเป็นธุรกิจโหดเหี้ยมกับสัตว์ เผยจะยอมตัดเงินเดือนตัวเองครึ่งหนึ่งเข้ากองทุนฯ ย้ำพื้นที่ไหนยังมีการล่าช้างหัวหน้าเขตนั้นเดือดร้อน ส่วนใครพบภัตตาคารที่ใช้เนื้อช้างประกอบอาหารจะให้เป็นผลงานชิ้นโบแดง ขณะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า สลักพระ สร้างแนวรั้วไฟฟ้าเกือบ 50 กม. ป้องกันช้างออกจากป่าไปทำลายพืชไร่ในชุมชน
กรมอุทยานฯวางกฎเหล็กปกป้องช้างป่า เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรียกประชุมหัวหน้าอุทยานแห่งชาติและหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศ มอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลช้างป่า โดยนายดำรงค์กล่าวว่า ให้หัวหน้าอุทยานฯและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ดำเนินการเรื่องช้าง 3 ข้อ คือ 1.ให้ทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการบริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยเหลืออาหารช้างป่าแห่งประเทศไทย หมายเลขบัญชี 039-0-35626-3 ธนาคารกรุงไทย สาขาพหลโยธิน 39 ด้วยการขึ้นป้ายขนาดใหญ่ให้นักท่องเที่ยวทราบ แต่ห้ามตั้งกล่องรับบริจาคหรือเดินเรี่ยไรเงิน เพื่อไม่ให้เป็นข้อครหา
นายดำรงค์กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้บริจาคแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 307,000 บาท ยังไม่รวมเงินบริจาคของเจ้าหน้าที่ในกรมอุทยานฯ สำหรับผมตั้งใจจะมอบเงินเดือนของตัวเองครึ่งหนึ่งสมทบกองทุนด้วย และขอให้หัวหน้าหน่วยร่วมบริจาคคนละ 500 บาท แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่ได้บังคับ แล้วแต่วาสนาของช้าง ข้อ 2.ให้ประชาสัมพันธ์กับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและประชาชนที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่อุทยานฯและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ว่ากรมอุทยานฯจะจ่ายค่าชดเชยพืชไร่ที่ถูกช้างกินเสียหายตามราคาตลาด และในราคาที่เป็นธรรม ที่สำคัญเจ้าหน้าที่อย่าไปสมรู้ร่วมคิดกับชาวบ้านเพื่อโกงเงินกองทุน ถ้าจับได้หรือมีรายงานมีโทษไล่ออกสถานเดียว
ข้อ 3.ในพื้นที่อุทยานฯและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีช้างป่าจำนวนมาก ให้หัวหน้าทุกพื้นที่ไปทำรายชื่อพรานล่าสัตว์ป่า ไม่เฉพาะช้าง เมื่อรู้แล้วให้ไปตักเตือน 2 ครั้ง เพื่อให้หยุดกระทำ หากยังไม่หยุด กรมอุทยานฯจะมีมาตรการเด็ดขาดกับบุคคลเหล่านี้ ถ้าอยู่ในพื้นที่แล้วไม่รู้ว่าชาวบ้านคนไหนเป็นพรานล่าสัตว์ และยังมีการล่าสัตว์ป่าเกิดขึ้นอีก จะมีผลต่อตำแหน่งหน้าที่การงานของหัวหน้าคนนั้นทันที โดยเฉพาะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี ต้องดูให้ดี เพราะมีช้างมากกว่า 380 ตัว ที่สำคัญจุดดังกล่าวเป็นจุดที่มักจะมีการตกลงซื้อขายลูกช้าง เนื่องจากอยู่ใกล้ กทม.
อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวด้วยว่า มาตรการทั้ง 3 ข้อ ขอให้เข้มงวด ถ้าหัวหน้าคนไหนอยากได้ใครเป็นผู้ช่วยให้เสนอมารวมทั้งงบประมาณด้วย เพราะขณะนี้กรมอุทยานฯได้สนธิกำลังกับทหารกองทัพภาคที่ 1 ในการไล่ล่าขบวนการล่าช้าง มีการทำงานร่วมกันตลอดเวลา ปัญหาการล่าช้างป่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในเวลานี้ โดยเฉพาะการฆ่าเพื่อเอาชิ้นส่วน หรืออวัยวะช้างไปกิน ให้ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ไปตรวจสอบร้านอาหารใน จ.ภูเก็ต ด้วยว่าภัตตาคารไหนมีการประกอบอาหารจากเนื้อช้างบ้าง ถ้าตรวจพบจะถือเป็นผลงานชิ้นโบแดง
“การฆ่าช้างเวลานี้โหดเหี้ยมและทรมานช้างมาก มีการใช้ปืนยิงยาสลบลูกช้าง เพื่อพรากลูกไปจากแม่ ส่วนแม่ช้างจะถูกฆ่าเพื่อเอางวง ถ้าเป็นตัวผู้จะมีการตัดอวัยวะเพศส่งขายให้ภัตตาคาร นำไปเฉือนสดเป็นชิ้นบางๆแล้วกินเหมือนซาซิมิ (อาหารญี่ปุ่น) ส่วนลูกช้างที่ถูกยิงยาสลบพรานจะนำไปฝึกแล้วส่งขายเอาไปเข้าโรงเรียนสอนเต้นรำ สอนวาดรูป ในแถบ จ.ชลบุรี พอจบหลักสูตรจะทำให้ราคาแพงขึ้นหลายเท่าตัว จึงให้สังเกตตามปางช้างจะมีลูกช้างเกิดใหม่เต็มไปหมด” นายดำรงค์กล่าว
ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน กล่าวว่า ขบวนการล่าช้างมีมานานเป็นสิบๆปี เดิมทีเป็นการล่าเฉพาะลูกช้างและทำร้ายแม่เพื่อเอาลูก แต่เวลานี้มี 4 รูปแบบ คือล่าเอาลูกช้าง ล่าเอางา ล่าเอาอวัยวะ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปลายปี 53 ที่ผ่านมา และรูปแบบสุดท้ายคือล่าเอางาและอวัยวะ โดยแก๊งล่าช้างมีอาวุธเหนือกว่าเจ้าหน้าที่ ภัยคุกคามช้างเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีคำสั่งซื้อมาก
“ผมภูมิใจที่เป็นเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ขอยืนยันว่าพวกเราไม่มีใครทรยศต่อวิชาชีพ ขณะนี้ขบวนการล่าช้างใหญ่โตมากมีเครือข่ายเส้นสาย เจ้าหน้าที่ต้องตั้งรับให้ดี ไม่อย่างนั้นช้างหมดป่าแน่ ที่สำคัญอยากขอร้องเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อย่าไปโพสต์ด่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯด้วยกันเอง เพราะจะทำให้คนทำงานเสียกำลัง ใจ องค์กรเราต้องสร้างความเข้มแข็ง” นายชัยวัฒน์กล่าว
ด้านนายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ต.วังด้ง อ.เมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอ คือ อ.เมืองกาญจนบุรี อ.ศรีสวัสดิ์ อ.บ่อพลอย และ อ.หนองปรือ จากข้อมูลโครงการศึกษาประชากรช้าง โดยวิธีการวิเคราะห์สารพันธุกรรมช้างป่า
เมื่อปี 2546 สำรวจพบช้างป่าประมาณ 176 ตัว ปัจจุบันน่าจะประมาณ 200 กว่าตัว ตอนนี้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระได้สร้างรั้วไฟฟ้า ความยาวประมาณ 49 กม. ป้องกันไม่ให้ช้างป่าออกไปทำลายพืชไร่ในชุมชนของชาวบ้าน การสร้างรั้วไฟฟ้าช้างฝูงจะไม่กล้าออกจากแนวรั้วไฟฟ้า เป็นแนวทางการป้องกันวิธีหนึ่งที่ใช้ได้ผลดี แต่ปัญหาลักษณะนี้ทั้งในไทยและต่างประเทศ หากจะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต้องให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและฟื้นฟูถิ่นอาศัยของช้างป่า โดยเฉพาะแหล่งน้ำแหล่งอาหารให้มีความอุดมสมบูรณ์ |
|
|
เขียนเมื่อ : 25 ม.ค. 2555,14:26
เข้าชม : 114 ครัั้้ง
แจ้งลบ
|
|
 |
ข่าวรายวัน » ประเด็นร้อนอื่นๆที่น่าสนใจ |
 |
|
|
|
 |
|
 |
|
|