ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ข่าวรายวัน » ข่าวเด่น

จ่อหมายจับเพิ่มทีมบึมอีก 1 ราย

จ่อหมายจับเพิ่มทีมบึมอีก 1 ราย

จ่อหมายจับเพิ่มทีมบึมอีก 1 ราย หลังออกไปก่อนหน้าแล้ว 4 คน พบมีส่วนพัวพันบ้านเช่าในซอยสุขุมวิท 71 หลังกล้องวงจรปิดจับภาพเป็นชายชาวตะวันออกกลาง คาดเป็นชาวอิหร่าน อายุประมาณ 50 ปี เดินลากกระเป๋าออกจากบ้าน ก่อนบ้านจะระเบิดพังทั้งหลังเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทีมสืบวิ่งหาตัววุ่น หวั่นมีระเบิดที่ประกอบแล้วติดตัวไปด้วย ขณะที่ตำรวจประสานอัยการสูงสุดทำหนังสือประสานมาเลเซีย ทำหนังสือขอตัวคนร้ายที่จับได้ส่งกลับมาดำเนินคดีในไทย  แก๊งบึมเชื่อมโยงเครือข่ายก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์ ด้านทูตสหรัฐฯเข้าคารวะ ผบ.ทหารสูงสุด โปรยยาหอมยืนเคียงข้างไทย เพื่อนสนิท ส่วน รมว.กลาโหมปัด ไม่มีบิ๊กยิว มาขอพบตามที่มีข่าว โพลไวจัดเหตุระเบิดทำท่องเที่ยวฟุบ

จากเหตุระเบิด 3 จุด ในพื้นที่ สน.คลองตัน เมื่อบ่ายวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยฝีมือแก๊งบึมชาวอิหร่านที่มาเช่าบ้านภายในซอยสุขุมวิท 71 เป็นสถานที่ประกอบระเบิดซีโฟร์ซุกวิทยุทรานซิสเตอร์ติดแถบแม่เหล็ก เพื่อนำไปสังหารนักการทูตชาวอิสราเอลในประเทศไทย แต่เกิดพลาดระเบิดบ้านพังทั้งหลัง
  แก๊งคนร้ายชาวอิหร่าน 3 คน ต้องหนีกระเจิดกระเจิงออกมา โดย 1 ในคนร้ายคือนายฟาอิต โมราติ อายุ 28 ปี โมโหขว้างระเบิดใส่รถแท็กซี่ที่ไม่จอดรับ และยังขว้างระเบิดใส่ตำรวจสายตรวจที่จะเข้าจับกุม แต่กลับตกใส่ขาตัวเองบาดเจ็บขาขาด 2 ข้าง ส่วนคนร้ายที่เหลือคือนายคาซาฮี โมฮัมเหม็ด อายุ 42 ปี ถูกตามจับได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ  และนายมาซุด เซดฮาฮัท ซาเดช อายุ 52 ปี ถูกจับได้ที่ประเทศมาเลเซีย ทั้งหมดถูกออกหมายจับพร้อมนางโรฮานี ไลลา หญิงชาวอิหร่าน ที่เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว โดยประเทศอิสราเอลออกมาระบุว่า เหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้เกี่ยวพันกับเหตุระเบิดที่ประเทศอินเดีย และประเทศจอร์เจีย ทำให้เจ้าหน้าที่ทูตได้รับบาดเจ็บ พร้อมกล่าว หาผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือประเทศอิหร่าน

บิ๊กปาน เรียกประชุมทำความเข้าใจ

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ก.พ. ที่ สน.คลองตัน พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงก่อนออกมาเปิดเผยว่า ได้แต่งตั้งให้ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ควบคุมด้านการสืบสวน ส่วน พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ควบคุมงานด้านการสอบสวน ได้ให้ตำรวจ พฐ.และตำรวจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด อธิบายให้กับตำรวจทุกนายที่เกี่ยวข้องรวมถึงคณะพนักงานสอบสวน เข้าใจถึงส่วนประกอบ และวิธีทำงานต่างๆของระเบิดที่เก็บกู้ได้ที่บ้านเช่าผู้ต้องหา 2 ลูก มอบหมายให้ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. ตามหาส่วนประกอบของระเบิด ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ หรือส่วนประกอบอื่นๆเพื่อหาที่มาที่ไป นอกจากนี้พนักงานสอบสวนได้สอบพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำจำนวนหนึ่งแล้ว และสั่งให้หาพยานที่เห็นเหตุการณ์เพิ่มอีก ขณะที่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เก็บได้จากจุดเกิดเหตุทั้ง 3 จุด นั้นเก็บได้พอสมควร

ออกหมายจับ 4 แก๊งบึม หลักฐานชัด

รอง ผบ.ตร.เผยต่อว่า ส่วนกรณีนายมาซุดเซดฮาฮัท ซาเดช ผู้ต้องหาที่ตำรวจมาเลเซียจับกุมได้ ตนได้ประสานกับอัยการสูงสุด ซึ่งท่านได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยตนเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรีบรวบรวมข้อมูลของนายมาซุด ยื่นให้คณะทำงานของอัยการสูงสุดตามกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน นำกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยให้เร็วที่สุด
  ส่วนผู้ต้องหาชาวอิหร่านที่ออกหมายจับทั้ง 4 คนนั้น จากการสอบพยานและหลักฐานต่างๆ ทุกคนมีส่วนร่วมในเหตุระเบิดทั้ง 3 จุด สำหรับนางโรฮานี ไลลา ผู้ต้องหาหญิงชาวอิหร่าน  เดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้สั่งให้ บก.สส.บช.น.  บก.สส.สตม.และ บก.ป.ร่วมกันสืบสวนหาผู้ต้องหารายอื่นๆที่มีส่วนร่วม และให้ตรวจสอบการเดินทางเข้าออกประเทศไทยของกลุ่มผู้ต้องหาย้อนหลังไปว่ามากับใครหรือบุคคลใดอีก หลังจากนี้ขอเวลาทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบหาร่องรอยคนร้ายและหลักฐานพยานอื่นๆ เพื่อจับคนร้ายมาดำเนินคดี ส่วนระเบิดที่พบนั้นจะเป็นชนิดเดียวกับระเบิดที่ประเทศอินเดียและประเทศจอร์เจียหรือไม่นั้นกำลังตรวจสอบอยู่

จ่อหมายจับอีก 1 ร่วมทีมบึม

ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.ปานศิริกล่าวอีกครั้งก่อนเดินทางกลับว่า นอกจากผู้ต้องหาทั้ง 4 คนแล้ว ยังมีชายต้องสงสัยเป็นชาวต่างชาติ ตะวัน ออกกลาง อีก 1 รายเกี่ยวข้องกับบ้านที่เกิดเหตุระเบิด อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบว่ามีสถานที่อีก 2-3 แห่งในกรุงเทพฯ ที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเดินทางไปพัก ทั้งนี้ได้ฝากไปยังร้านค้าขายวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ หากมีชาวต่างชาติมาซื้อของหรือสารที่สามารถนำไปเป็นส่วนผสมผลิตระเบิด อาทิ ปุ๋ยยูเรีย เป็นต้น ขอให้จดจำรายละเอียดพยานหลักฐานของบุคคลที่ซื้อ และรายละเอียดสิ่งของต่างๆ ซึ่งหากพบพิรุธข้อสงสัยมากก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อไปตรวจสอบต่อไป

แจ้ง 5 ข้อหาหนัก ฟาอิต มือบึมขาขาด

ส่วนรายละเอียดของหมายจับ 4 ผู้ต้องหาชาวอิหร่าน ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้อนุมัติหมายจับผู้ ต้องหาในคดีก่อเหตุระเบิด 3 จุด บริเวณซอยปรีดีพนมยงค์ 31-33 ถนนสุขุมวิท 71 รวม 4 รายแล้ว ประกอบด้วยนายฟาอิต โมราติ อายุ 28 ปี นายคาซาอี มูฮัมเหม็ด อายุ 42 ปี นายมาซุด เซดฮาฮัท ซาเดช อายุ 31 ปี และ น.ส.โรฮานี ไลลา อายุ 32 ปี โดยแจ้งข้อกล่าวหานายฟาอิต โมราติ 5 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันทำและประกอบวัตถุระเบิด 2.ร่วมกันมีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย 4.พยายามฆ่าเจ้าพนักงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ และ 5.พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนที่เหลืออีก 3 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแค่ 3 ข้อหาแรกเท่านั้น

เจ้าตัวอาการหนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

ด้านนายฟาอิต โมราติ 1 ในแก๊งบึมชาวอิหร่าน ที่บาดเจ็บจากการพยายามขว้างระเบิดใส่ตำรวจ แต่ระเบิดตกใส่ขาตัวเองจนขาขาดทั้ง 2 ข้าง ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลจุฬาฯ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นชุดต่อต้านการก่อการร้าย (อรินทราช 26) และชุดสืบสวนนอกเครื่อง แบบของ 191 และ สน.ปทุมวัน ที่กระจายกำลังอยู่ตามรอบอาคาร

แพทย์บอกปลอดภัยในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ นพ.ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์ รอง ผอ.รพ.จุฬาฯ พร้อมคณะแพทย์ รพ.จุฬาฯ ร่วมกันแถลงอาการของนายฟาอิต ว่า หลังผ่าตัดครั้งที่ 2 ผู้ป่วยมีสัญญาณชีพคงที่ การทำงานของระบบหัวใจและระบบการไหลเวียนโลหิตปกติ แต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ รู้สึกตัวดี สามารถลืมตาเมื่อเรียก พยายามขยับตัวเมื่อได้รับการกระตุ้นหรือทำตามคำสั่ง มีไข้สูงแต่ไม่มีอาการติดเชื้อของแผลผ่าตัด หรือระบบอื่นๆ ระบบทางเดินอาหารยังไม่ทำงาน ต้องให้สารอาหารทางหลอดเลือดแทน ถือว่าควบคุมได้ แต่ต้องคอยดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ต้องสังเกตอีกสัก 1-2 วัน ถ้าไม่มีอะไรแทรกซ้อนอาจถอดเครื่องช่วยหายใจได้ ขณะนี้ถือว่ามีความปลอดภัยระดับหนึ่ง แต่ต้องเฝ้าดูอาการเป็นระยะ เพราะสติยังไม่กลับคืนเป็นปกติ นอกจากนี้
  มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาติดต่อขอหลักฐานต่างๆ ทางนิติเวชได้ส่งชิ้นเนื้อ พร้อมเศษโลหะสะเก็ดระเบิดที่พบตามร่างกาย และบาดแผลของผู้ป่วยให้แล้ว ส่วนการติดต่อของสถานทูตอิหร่าน ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อเข้ามา

เพรียวพันธ์นำทีมเค้นสอบทีมบึม

บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หน่วยงานความมั่นคง ตัวแทนเจ้าหน้าที่สถานทูตอิหร่าน ล่ามแปลภาษา เดินทางไปที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู เพื่อร่วมกันสอบสวนนายคาซาฮี โมฮัมเหม็ด หนึ่งในสมาชิกแก๊งบึมชาวอิหร่าน ที่ถูกจับได้ในสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ และยังคงถูกคุมตัวอยู่ที่ สตม. โดยใช้เวลาในการสอบสวนประมาณ 1 ชั่วโมง

ย้ำชัด นักการทูตยิวเป้าระเบิด

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวภายหลังสอบปากคำเสร็จสิ้นว่า ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหามีอาการเครียด ไม่ยอมทานข้าว แต่เมื่อนำผู้หญิงไทยที่เคยรู้จักที่พัทยามาพูดคุยด้วย ทำให้อาการดีขึ้น และยอมทานอาหาร แต่ยังให้การภาคเสธ ยอมรับแค่เพียงรู้จักกันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตำรวจมีหลักฐานแน่นหนาที่จะเอาผิดผู้ต้องหาได้ ส่วนการจะส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สน.คลองตัน ต้องรอความพร้อมของตำรวจนครบาล ในเรื่องการทำสำนวนขอตัวไปสอบปากคำ และขอย้ำว่า การก่อเหตุในครั้งนี้เป้าหมายคือนักการทูตอิสราเอล ส่วนการนำตัวนายมาซุด เซดฮาฮัท ซาเดช ที่หนีไปถูกจับที่ประเทศมาเลเซีย ได้ส่งเรื่องไปให้สำนักงาน อัยการสูงสุดดำเนินการ โดยไม่ใช้สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตามปกติทางการมาเลเซีย สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ 14 วัน และหากได้รับการประสานงานมา ทางไทยก็พร้อมไปรับตัวมาดำเนินคดีทันที แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสาน

ไลลา อยู่เตหะราน แต่ไม่ใช่ปัญหา

ด้าน พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม.เปิดเผยถึงนางโรฮานี ไลลา อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ และหลบหนีออกนอกประเทศไปก่อนหน้า ขณะนี้ทราบว่าอยู่ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่านแล้ว ในส่วนของการดำเนินคดีนั้นไม่สามารถตามจับกุมได้ เนื่องจากไทยไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศอิหร่าน แต่เชื่อว่าไม่มีผลต่อรูปคดี เพราะนางไลลาเป็นเพียงผู้ติดเช่าบ้านให้กับผู้ต้องหาทั้ง 3 รวมทั้งมีพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ที่จะดำเนินคดีกับชาวอิหร่านทั้ง 3 คนอยู่แล้ว

สั่งเข้มสนามบิน หวั่นวินาศกรรม

มีรายงานด้วยว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์สั่งการให้มีการเพิ่มความเข้มเฝ้าระวังสนามบินนานาชาติเพิ่มมากขึ้น ตามที่ประเทศอิสราเอลได้ประกาศเตือนว่าอาจจะมีการก่อเหตุวินาศกรรมในสนามบินนานาชาติ ส่วนชนิดและแหล่งผลิตของระเบิดที่ใช้ก่อเหตุ ได้สั่งการให้หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์ระเบิด (
EOD) ตรวจสอบอยู่ ทั้งนี้ มีรายงานเรื่องวิทยุทรานซิสเตอร์ที่ผู้ต้องหานำมาใช้ ยี่ห้อโซนี่ เป็นรุ่นที่มีทั้งวิทยุและไฟฉายในตัว ไม่มีขายในประเทศไทย และหลังจากนี้ทูตอินเดียประจำประเทศไทยจะเข้าหารือกับ ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาจจะมีการพูดคุยกันถึงเรื่องเหตุระเบิดที่มีลักษณะคล้ายกัน 2 ประเทศ

ข้อมูลลึก แก๊งบึม เชื่อม ฮิซบอลเลาะห์

มีรายงานข่าวจากชุดสืบสวนระบุว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์ น่าเชื่อว่า แก๊งบึมชาวอิหร่านที่ถูกจับกุมได้นั้น มีเป้าหมายถล่มเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานทูตอิสราเอลในประเทศไทย ทั้งนี้มีรายงานว่า ในช่วงวันที่ 15 ก.พ. จะมีกำหนดการเดินทางเข้าประเทศของคณะ รมว.กลาโหมของประเทศอิสราเอล แต่หลังเกิดเหตุระเบิด และมีการจับกุมคนร้ายชาวอิหร่าน ทำให้มีการยกเลิกการเดินทางเข้าประเทศไทย นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเสื้อผ้าและระเบิด พบความเชื่อมโยงการก่อวินาศกรรมของกลุ่ม ก่อการของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในหลายประเทศ รวมทั้งเชื่อมโยงกับการจับกุมกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เป็นกลุ่มผู้ที่จัดหาอุปกรณ์ระเบิดเพื่อส่งไปประเทศที่ 3 เพื่อใช้ในการก่อวินาศกรรมเป้า
หมายในต่างประเทศ  ส่วนแก๊งบึมชาวอิหร่าน มีเป้าหมายในการลอบสังหารตัวบุคคล ขณะนี้สถานทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทยได้ร้องขอให้เพิ่มความเข้มในการดูแลมัสยิดในซอยสุขุมวิท 24 และสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ที่พักของเจ้าหน้าที่ทูต เส้นทางการเดินทางของประเทศอิสราเอลในประเทศไทย

ชี้ช่องขอตัวอิหร่านจากมาเลย์

ด้านนายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการขอตัวนายมาซุด เซดฮาฮัท ซาเดช อายุ 52 ปี ชาวอิหร่าน คนร้ายที่ร่วมกันทำความผิดซึ่งหลบหนี และถูกจับกุมที่ประเทศมาเลเซีย สำหรับการขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ทำได้โดยใช้วิธีขอให้ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนสัญญาระหว่างไทยกับอังกฤษ เพราะอังกฤษเคยปกครองมาเลเซียมาก่อน หรือใช้วิถีทางการทูตโดยใช้หลักต่างตอบแทน ทางอัยการสูงสุดจะดำเนินการประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทยถึงกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ต้องใช้เวลาในการรวบรวมเอกสาร หลักฐานทางคดีจากพนักงานสอบสวน รวมถึงแปลเอกสารเพื่อร่างหนังสือถึงรัฐบาลมาเลเซีย ขณะเดียวกันทางมาเลเซียคงต้องมีกระบวนการสอบสวนคนร้ายรายนี้เช่นกัน

ทูตมะกันพบ ผบ.ทหารสูงสุด

ส่วนความเคลื่อนไหว ด้านอื่น เมื่อเวลา
14.00 น.วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพไทย นางคริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เข้าพบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด เพื่อหารือถึงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น โดยก่อนการเข้าหารือ นายวอลเตอร์ เบราโนห์เลอร์ โฆษก สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานทูตแสดงความเสียใจกับผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ถือว่าเร็วเกินไปที่จะสรุป หรือให้ความคิดเห็นต่อเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น เพราะอยู่ระหว่างการสอบสวน
  แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของชาวอเมริกันที่อยู่ในประเทศไทยและที่จะเดินทางเข้ามา รวมทั้งคนไทยที่อยู่ในประเทศด้วย  ส่วนเรื่องคำเตือนขอให้มองในแง่ดี ไม่ได้เตือนเฉพาะคนอเมริกัน แต่เตือนคนไทยด้วย ทั้งนี้ ไม่ได้ห้ามให้คนอเมริกันเดินทางมาประเทศไทย อเมริกันทุกคนยังรักที่จะเดินทางมายังประเทศไทย เพียงแต่คำเตือนดังกล่าวให้ระวังเท่านั้น ทั้งนี้ อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ทั้งอิหร่าน หรือรัฐบาลทุกประเทศ ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการสืบสวนคดีนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ว่า ไทยไม่ใช่เป้าหมายการก่อการร้าย

โปรยยาหอม ยินดีเคียงข้างไทย

ขณะที่นางคริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย กล่าวหลังการเข้าพบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ว่า มาคารวะ ผบ.ทหารสูงสุด ในฐานะที่รับตำแหน่ง การพบปะเป็นไปด้วยดี ทั้งนี้ได้พูดคุยถึงเหตุระเบิดที่ผ่านมาด้วยว่า สหรัฐอเมริกาขอแสดงความเสียใจ บอกกับ ผบ.ทหารสูงสุดว่า สหรัฐอเมริกายินดีที่จะเคียงข้างไทย และช่วยเหลือไทย
  ส่วนการจะส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยสืบสวนสอบสวนหรือไม่นั้น ต้องรอดูก่อนว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย และการสอบสวนก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ไทยเป็นแกนนำหลัก ตอนนี้ถือว่าเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการก่อการร้าย เพราะเป็นเรื่องใหญ่  แต่เชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ไทยจะสืบสวนสอบสวนคดีนี้ได้ ทั้งนี้ทางนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกาทราบเรื่องนี้ดี ไทยกับสหรัฐอเมริกาเป็นเพื่อนสนิทกันจะต้องดำเนินการให้การช่วยเหลือต่อไป  ส่วนสาเหตุที่มีการก่อเหตุในภูมิภาคนี้ ทั้งๆที่มีความปลอดภัยที่สุดนั้น เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ไทยที่จะต้องเป็นฝ่ายสืบสวน

บิ๊กโอ๋ปัด บิ๊กอิสราเอลเข้าพบ

พล.อ.อ.สุกำพล
  สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างไปร่วมงานการแสดงอากาศยานที่ประเทศสิงคโปร์ถึงกระแสข่าวนายเอฮุด บารัก รมว.กลาโหม อิสราเอล มีกำหนดเข้าพบอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ไม่มีกำหนดการดังกล่าว อีกทั้งยังไม่ได้มีการทำเรื่องมาเข้าพบ และก่อนหน้านี้ก็ยังไม่มีโปรแกรมหรือแจ้งความประสงค์ว่าจะมาพบ อีกทั้งยังไม่เคยมีการติดต่อกันแต่อย่างใด

วงในระบุ อยู่ในขั้นกำหนดวันเวลา

แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ทางการของอิสราเอลได้แจ้งมาที่กระทรวงกลาโหมของไทยว่า นายเอฮุด บารัก ต้องการขอเข้าพบเพื่อแลกเปลี่ยนหารือข้อราชการกับ พล.อ.อ.สุกำพล โดยได้แจ้งระยะเวลาที่สะดวกในการเข้าพบช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือน ก.พ. โดยจะทำหนังสือแจ้งกลับไปตามขั้นตอนของฝ่ายไทยเพื่อให้จัดพิธีการต้อนรับการเยือนเป็นทางการ เนื่องจากระดับ รมว.กลาโหม อิสราเอล ยังไม่เคยเข้าพบ รมว. กลาโหมไทยมาก่อน ระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาวัน เวลาที่ รมว.กลาโหมไทยจะตอบรับ แต่ยังไม่ได้มีการทำหนังสือแจ้งกลับไปอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

14 ประเทศแจ้งเตือนมาไทย

ที่รัฐสภา นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ต่างประเทศเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น รวมทั้งประเทศอิหร่านได้แถลงประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือพิสูจน์สัญชาติผู้ก่อเหตุว่าเป็นชาวอิหร่านจริงหรือไม่ เชื่อว่าไม่นานจะพิสูจน์ได้ว่าคนร้ายเป็นใคร มาจากไหน
  สำหรับการแจ้งเตือนการเดินทางมาประเทศไทย ล่าสุด มีการแจ้งเตือนประชาชนที่จะเดินทางมาประเทศไทยอีก 4 ประเทศ จากเดิมที่แจ้งเตือน อยู่ 10 ประเทศ รวมเป็น 14 ประเทศ โดยมีประเทศ อิสราเอล เพิ่งประกาศแจ้งเตือนเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ก.พ. พร้อมทั้ง อิตาลี นอร์เวย์ ไต้หวัน ที่มีการประกาศแจ้งเตือนเพิ่ม ทั้งนี้สำหรับประเทศที่มีการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ คือประเทศแคนาดา สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ บราซิล นิวซีแลนด์ และออสเตรีย สำหรับประเทศไต้หวันได้แจ้งเตือนว่า ประชาชนที่จะเดินทางไปประเทศไทย ขอให้ใช้ความระมัดระวังความปลอดภัยของตน พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีชาวต่างชาติรวมตัวกันและขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

โพลชี้ ระเบิดทำท่องเที่ยวฟุบ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจต่อเหตุการณ์ระเบิดในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยสำรวจจากกลุ่มธุรกิจภาคการค้า ภาคบริการ และภาคการผลิต 650 ราย เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า การท่องเที่ยวจะกระทบหนักสุด แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ห่วงกรุ๊ปทัวร์ ที่มีการจองการเดินทางล่วงหน้าแล้ว เพราะอาจไม่ยกเลิก แต่กังวลนักท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก ที่กำลังจะเข้ามา อาจวิตกจนไม่เข้ามาได้ และหากสถานทูตประเทศต่างๆ ยังออกประกาศเตือนให้ระมัดระวังการท่องเที่ยวในไทย จะกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยไปอีก 1-3 เดือน คาดว่า ไตรมาส 1 ปีนี้ อาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศมาไทยลดลง 5-10% หรือลดลง 100
,000-200,000 คน รายได้จากการท่องเที่ยวหายไป 5,000-10,000 ล้านบาท แต่หากเกิดเหตุระเบิดซ้ำอีก ก็อาจกระทบยาวไปถึงเดือน เม.ย.ซึ่งเป็นฤดูกาล เที่ยวของไทย และทำให้รายได้จากท่องเที่ยวหายไป 20,000 ล้านบาทได้

มาร์คเตือนรัฐพูดความจริง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง เหตุระเบิดย่านสุขุมวิท 3 จุดว่า อยากให้รัฐบาลใส่ใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ที่สำคัญคือเรื่องความปลอดภัยของประชาชน และระวังเรื่องการแสดงความคิดเห็นที่อาจจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เรื่องนี้แม้ว่ารัฐบาลจะพุ่งเป้าเป็นการกระทำเฉพาะตัวบุคคล แต่ควรพูดไปตามความเป็นจริง นอกจากนี้ขอให้รัฐบาลประสานกับต่างประเทศเพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะขณะนี้บางประเทศได้มีการประกาศเตือนการก่อการร้ายในไทยไปแล้ว ดังนั้นรัฐบาลจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้ ส่วนที่รัฐบาลระบุว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายนั้น ไม่ทราบว่ามีการตั้งข้อกล่าวหาอะไร แต่ควรพูดไปตามความจริง เพราะรัฐบาลจะปกปิดอย่างไร ต่างประเทศก็ทราบอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ปัญหาที่เกิดขึ้นถือว่ารัฐบาลต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ขอให้นายกฯเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงเข้ามาพูดคุยด้วย

อินเดียร่วมมือไทยแต่ยังไยดีอิหร่าน

ส่วนความเคลื่อนไหวจากต่างประเทศ นายอานันท์ ชาร์มา รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์แห่งอินเดีย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพี ระบุว่า รัฐบาลอินเดียจะเร่งประสานความร่วมมือมายังรัฐบาลไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกลุ่มคนร้ายชาวต่างชาติ ซึ่งพยายามก่อเหตุวางระเบิดในอินเดียและไทย แต่รัฐบาลอินเดียยังไม่ยืนยันว่าคนร้ายที่ถูกจับกุมในกรุงนิวเดลี เป็นชาวอิหร่านจริงตามที่ไทยและอิสราเอลเปิดเผยต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่ากระบวนการสอบสวนต้องดำเนินไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย และรัฐบาลอินเดียยังยืนยันด้วยว่าจะไม่ยกเลิกการส่งคณะผู้แทนหอการค้าอินเดียไปพบเจ้าหน้าที่รัฐบาลอิหร่านตามกำหนดการเดิม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเจรจาด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เพราะการจัดการกับกลุ่มก่อการร้าย และการเจรจาธุรกิจเป็นคนละส่วนกัน

สหรัฐฯเชื่ออิหร่านหนุนฮิซบอลเลาะห์

มีรายงานว่า นางเจเน็ต นาโปลิตาโน รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา มีคำสั่งให้หน่วยงานด้านความมั่นคง และสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางแห่งชาติสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) เฝ้าระวังการก่อเหตุโจมตีองค์กรหรือเครือข่ายชาว อเมริกันเชื้อสายยิวทั่วสหรัฐฯ สืบเนื่องจากกรณีคนร้ายที่เกี่ยวพันกับกองกำลังฮิซบอลเลาะห์ของเลบานอน ก่อเหตุลอบวางระเบิดที่จอร์เจีย อินเดีย และไทยในเวลาไล่เลี่ยกัน คาดว่ามีเป้าหมายโจมตีเจ้าหน้าที่ทูตอิสราเอล รัฐบาลสหรัฐฯจะจับตาดูความเคลื่อนไหวของรัฐบาลอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างใกล้ชิด เพราะมีรายงานว่า อิหร่านให้เงินสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ปีละประมาณ 100-300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 3
,100-3,300 ล้านบาท) สนับสนุนการก่อเหตุก่อการร้าย

ยุ่นเตือนอย่าใช้มาตรการทหารโต้

นอกจากนี้ สำนักข่าวเกียวโดนิวส์ของญี่ปุ่น รายงานว่านายเอฮุด บารัก รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอล ได้เดินทางจากประเทศสิงคโปร์มายังกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. ตามกำหนดการเดินทางเยือนประเทศแถบเอเชีย โดยนายโยชิฮิโกะ โนดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้กล่าว เตือนด้วยว่า รัฐบาลอิสราเอลไม่ควรใช้มาตรการทางทหารตอบโต้รัฐบาลอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เพราะจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่กำลังตึงเครียดอยู่ในปัจจุบัน

มท.1 มาเลย์เผยจับแก๊งบึมขณะหาทางหนี

ล่าสุด สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างถ้อยแถลงของนายฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รมว.มหาดไทยของมาเลเซีย กรณีเจ้าหน้าที่มาเลเซียจับกุมนายมาซุด เซดฮาฮัท ซาเดช ชาวอิหร่าน วัย 31 ปี ผู้ต้องสงสัยพัวพันเหตุระเบิดในกรุงเทพฯเมื่อวันอังคาร และหลบหนีเข้ามาเลเซียจนถูกจับกุมตัวได้ที่สนามบินนานาชาติกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันพุธ ระหว่างที่นายซาเดชกำลังพยายามเดินทางหนีออกจากมาเลเซียไปอิหร่าน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมาเลเซียห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อภัยคุกคามเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย รัฐบาลมาเลเซีย ไม่ยอมให้ใครใช้ดินแดนมาเลเซียเป็นแหล่งกบดาน เป็นฐานปฏิบัติการ หรือเป็นเส้นทางผ่านของสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายหรือบุคคลที่ประเทศใดๆต้องการตัว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมาเลเซีย รวมถึงตำรวจมาเลเซีย ไม่เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับนายซาเดช นอกเหนือจากการยืนยันใช่ตัวผู้ต้องหา โดยอ้างว่าทางการมาเลเซียอยู่ระหว่างสอบสวนนายซาเดชจากการถูกจับกุมตัวเพราะละเมิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซีย ทั้งยังไม่แสดงความคิดเห็นใดๆว่าจะเนรเทศนายซาเดชหรือฟ้องดำเนินคดีความผิดนายซาเดชในมาเลเซีย

สั่งคุมเข้มสนามบิน

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม เปิดเผย ว่า ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มงวดดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ของสนามบิน สถานีรถไฟฟ้า และสถานีรถไฟทุกแห่ง โดยเฉพาะในส่วนของสนามบินได้รับรายงานจาก พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ประธานคณะกรรมการ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ว่า ยก ระดับการดูแลขึ้นมาเป็นระดับ 3 สูงกว่าระดับ 2 ที่เป็นระดับปกติ โดยจะเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและจุดตรวจค้นมากขึ้น ขณะที่ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ประธานคณะกรรมการ ทอท.กล่าวว่า ระบบการรักษาความปลอดภัยสนามบินทั้ง 6 แห่ง ในความรับผิดชอบของ ทอท.ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวงเชียงราย หาดใหญ่ และภูเก็ต มีการยกระดับและเพิ่มความเข้มงวดจากระดับ 2 เป็นระดับ 3 แล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะยกระดับ 4 เพราะมีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและกวดขันในเรื่องการตรวจสอบผู้โดยสารที่จะผ่านเข้าออกสนามบินทุกแห่ง โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ

รถไฟฟ้าใต้ดินก็เข้ม

ขณะที่ พล.ต.ชาติชาย ประดิษพงษ์ ผอ.งานส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรม บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ (บีเอ็มซีแอล) ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน กล่าวว่า การดูแลรักษาความปลอดภัยภายในสถานี และขบวนรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีอยู่ในระดับเฝ้าระวังอย่างละเอียด โดยได้เพิ่มความเข้มงวดและเพิ่มความถี่ในการตรวจพื้นที่มากขึ้น ขณะเดียวกันยังได้ประสานกำลังกับเจ้าหน้าที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นำสุนัขลาดตระเวนพื้นที่ต่างๆด้วย และได้ประกาศขอความร่วมมือจากผู้โดยสารให้ช่วยสังเกตสิ่งผิดปกติภายในสถานีรถไฟฟ้า หากพบสิ่งของทิ้งไว้โดยไม่มีเจ้าของ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ และต้องขอความร่วมมือจากผู้โดยสารในการตรวจค้นเพื่อดูแลความปลอดภัย และจับตาผู้ใช้ บริการที่เป็นชาวตะวันออกกลางให้มากขึ้น หากพบว่าเดินผ่านเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดแล้วมีเสียงสัญญาณเตือน จะต้องขอค้นสัมภาระอย่างละเอียด ตลอดระยะเวลาการให้บริการคือ ตั้งแต่ 06.00 น. จนถึง 24.00 น.

ค้นห้องเช่า รังเก่าทีมบึม

ต่อมาเวลา 17.30 น. พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.คลองตัน พร้อมชุดสืบสวนหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด และกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจค้นห้องเลขที่ 409 ชั้น 4 อาคารเวกัส ทาวเวอร์ เลขที่ 88 ถนนรามคำแหง แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา ใกล้แยกคลองตัน หลังสืบทราบว่า นางโรฮานี ไลลา ชาวอิหร่าน 1 ในกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้เปิดไว้เป็นห้องพักก่อนหน้าที่กลุ่มผู้ต้องหาจะไปเช่าบ้านในซอยสุขุมวิท 71 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นห้องพักโดยไม่ให้สื่อมวลชนขึ้นไป ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงเศษ โดย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้นำสิ่งของที่พบในห้องใส่ถุงดำ 3-4 ใบลงมา

เก็บลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอเป็นหลักฐาน

จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวเดินเข้าไปในโรงแรมนาซ่าเวกัส ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เพื่อตรวจค้นห้องพักอีกห้องของกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยมาเข้าพัก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าเป็นห้องเลขที่เท่าใด ขณะที่ พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.คลองตัน เดินออกมาจากโรงแรมนาซ่า เวกัส กล่าวเพียงสั้นๆ ไม่พบอะไรก่อนเดินขึ้นรถ ทั้งนี้มีรายงานว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด ไม่พบสารที่เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิด แต่พบบางสิ่งที่เจ้าหน้าที่สนใจเป็นพิเศษ แต่ไม่เปิดเผยว่าเป็นอะไร นอกจากนี้ ภายในห้องมีเสื้อผ้าของผู้ชายวางทิ้งระเกะระกะ เบ็ดตกปลา ผงซักฟอก กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายนิ้วมือและดีเอ็นเอไว้เป็นหลักฐาน

เร่งหาชายต้องสงสัยมีระเบิดติดตัว

มีรายงานล่าสุดจาก บช.น. กรณีพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เตรียมที่จะขอหมายจับผู้ต้องสงสัยอีก 1 ราย ที่เกี่ยวพันกับบ้านเช่าของแก๊งบึมชาวอิหร่านในซอยสุขุมวิท 71 เป็นชายชาวตะวันออกกลาง อายุประมาณ 50 ปี โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายคนดังกล่าวสะพายกระเป๋าเดินออกจากบ้านไปก่อนจะเกิดเหตุระเบิดไม่กี่ชั่วโมง โดยชุดสืบสวนนครบาลกำลังหาข่าวตรวจค้นชายชาวตะวันออกกลางคนนี้อย่างเร่งด่วน เพราะเกรงว่าในกระเป๋าจะมีระเบิดที่ประกอบแล้วซุกซ่อนอยู่

ทูตอิหร่านเชิญ กมธ.กินข้าว

ที่รัฐสภา นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้เชิญตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงเหตุการณ์ระเบิดกลางเมืองเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนและตรวจสอบ ทางเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้เชิญกรรมาธิการฯไปรับประทานอาหารเที่ยงในวันที่ 21
  ก.พ. ที่สถานทูต เพื่อรับฟังคำชี้แจงหลังถูกนำมาเชื่อมโยงประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมทั้งประเด็นเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น ทางกรรมาธิการฯได้เตรียมจัดสัมมนาในวันที่ 23 ก.พ. เพื่อเป็นการให้ความรู้กับประชาชนในข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ของโลกตะ

เขียนเมื่อ : 17 ก.พ. 2555,10:21   เข้าชม : 261 ครัั้้ง   แจ้งลบ

ข่าวรายวัน » ข่าวเด่นอื่นๆที่น่าสนใจ
ฝนถล่มหนัก สถานการณ์น้ำท่วมทวีความรุนแรง!
เขื่อนนํ้าเต็มพิกัด ผวากทม.อาจจมบาดาลได้ สั่งเตือน35จว.เสี่ยงภัยพิบัติ น้ำป่า-ดินถล่ม
'เขื่อนภูมิพล' ใกล้วิกฤติ
ว่าฯ ตากสั่งเฝ้าระวัง เตรียมอพยพชาวบ้านเหนือเขื่อน...
ถกด่วน! เปิดประตูระบายน้ำฉุกเฉินเขื่อนภูมิพล
น้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ขณะนี้เริ่มจะวิกฤติอีกครั้ง
จับสาวลาว เปิดคลินิกเถื่อนอัพอึ๋มเสริมความงาม
ตำรวจบุกรวบสาวชาวลาว อดีตผู้ช่วยพยาบาล ลักลอบเปิดคลินิกเสริมความงามเถื่อน หลังมีผู้เสียหายร้องเรียนมากว่า 10 ราย
หัวข้อ : จ่อหมายจับเพิ่มทีมบึมอีก 1 ราย
ความคิดเห็นที่ 1 โพสเมื่อ : 25 ก.พ. 2555,21:05 น.

หมิวค่ะ

วิธีลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนัก ตันแขน ต้นขา หน้าท้อง 5-12 Kg. สูตรผอมถาวร
* เป็นวิธีอันดับหนึ่งในประเทศไทย
* ไม่ต้องอดอาหาร ไม่ต้องหักโหมออกกำลังกาย
* ลดน้ำหนักที่เป็นธรรมชาติ 100%
* ปลอดภัย มี อย.รับรอง ไม่มีผลข้างเคียงใดทั้งสิ้น
* หลังจากผอมแล้วไม่กลับไปอ้วนอีก
* ลดน้ำหนัก ง่ายๆ สบายๆ ได้ผลจริง!!
เพื่อนๆคนไหนยังมีปัญหาหรือไม่ประสบความสำเร็จกับการลดน้ำหนัก ไม่ต้องเครียดแล้ว
!!! สนใจดูรายละเอียดในเว็บได้เลย http://www.chill2shape.com
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : จ่อหมายจับเพิ่มทีมบึมอีก 1 ราย
ชื่อ
อีเมล์
รายละเอียด
รหัสลับ