“เสก โลโซ” เข้าพบ ป.ป.ส.แล้ว พร้อมให้ข้อมูลลับระหว่างติดยา เปิดปากกล่าวคำขอโทษทุกคน โดยเฉพาะที่เคยประกาศว่า เสพยา-เอาอยู่ ไม่จริงล้านเปอร์เซ็นต์ แจงเข้าไปกราบผู้ใหญ่ในบริษัทแกรมมี่แล้ว หวังจะได้กลับมาทำผลงานเพลงต่อ แต่ขณะนี้ยังถือเป็นคนไข้อยู่ระหว่างการรักษา ต้องเข้าไปตรวจเลือดหาสารเสพติดทุกอาทิตย์ ส่วนตำรวจ 191 จับ 2 นศ.วิศวะมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านสาทร ค้ายาบ้าใช้หนี้พนันบอล ด้านกรรมาธิการฯฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ไอเดียบรรเจิด เสนอตั้งศาลยาเสพติด เตรียมจัดเสวนาเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา
กรณีเสก โลโซ หรือนายเสกสรร ศุขพิมาย เข้ารับการบำบัดการติดยาเสพติดที่สถาบันธัญญารักษ์ จนแพทย์อนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้ หลังเข้ารับการบำบัดจนมีอาการดีขึ้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 16 ก.พ. เสก โลโซ นักร้องชื่อดัง พร้อมด้วยทนายเข้าพบ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการคณะกรรมการปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่ชั้น 4 ตึก 2 สำนักงาน ป.ป.ส.ตามจดหมายเรียก โดยเสกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติดที่ก่อนหน้านี้เคยเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการ ป.ป.ส. นาย ณรงค์ รัตนานุกูล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยนายถิรชัย วุฒิธรรม ผู้ช่วย รมต.ยุติธรรม นำเสก โลโซ พร้อมด้วยทนายความ มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร 2 สำนักงาน ป.ป.ส. ดินแดง
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว กล่าวว่า เสก โลโซ ได้มาให้ข้อมูลเรื่องราวต่างๆในการเสพยา รวมทั้งความเป็นมาของภาพถ่ายที่ปรากฏว่ามีที่มาอย่างไร และข้อมูลถึงฤทธิ์ของยา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ขอสงวนรายละเอียดไว้เพื่อประโยชน์ของการสืบสวน ขั้นตอนปฏิบัติถือว่าเสกสมัครใจเข้ารับการบำบัดตามกฎหมาย และอยู่ในขั้นตอนที่ 1 ที่แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ เสกรู้สึกสำนักต่อการกระทำที่หลงผิดไป นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้เสกเซ็นชื่อลงนามในบันทึกการให้ปากคำด้วย ส่วนความผิดนั้น ตามกฎหมายถือว่าเสกสำนึกผิดและสมัครใจเข้ารับการบำบัด กฎหมายถือว่าผู้เสพคือผู้ป่วย ดังนั้นไม่ถือว่าผิดกฎหมาย
ด้านเสก โลโซ กล่าวด้วยใบหน้าที่สดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดว่า ขอบคุณที่ ป.ป.ส.ให้โอกาสตน ทำให้รู้สึกว่าการเสพยานั้นเป็นสิ่งผิด ทำให้ตนตาสว่างขึ้น และต้องขอขอบคุณประเทศไทยที่ให้โอกาส หลังจากนี้ตนจะร้องเพลงต่อไป บริษัทแกรมมี่และประชาชนคงจะเมตตา ส่วนจะคืนดีกับภรรยาเก่าหรือไม่นั้นต้องใช้เวลา และตนขอบอกตรงๆว่ารักทุกคน ซึ่งลูกๆก็เข้าใจ ส่วนจะเป็นพรีเซนเตอร์ให้ ป.ป.ส.หรือไม่ ต้องให้ผู้ใหญ่ไปคุยกับบริษัทแกรมมี่ก่อน ก่อนหน้านี้ตนได้ไปกราบขอขมาผู้ใหญ่แกรมมี่แล้ว คิดว่าคงจะให้อภัย โดยช่วงนี้ขอให้ตนได้พักให้หายดีแล้วค่อยเริ่มงานเพลงต่อ ตนเชื่อแล้วว่ายาเสพติดเป็นสิ่งที่ร้ายแรง อยากให้ทุกคนที่ติดเลิกไปรับการบำบัด ที่ตนเคยพูดว่าเอาอยู่นั้น จริงๆแล้วเอาไม่อยู่ แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ ตนขอกราบขอโทษที่พูดไปอย่างนั้น ต่อไปนี้จะขอเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องๆ จากที่เคยดื่มเหล้าสูบบุหรี่เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตจะเลิกเด็ดขาด และจะช่วยต่อต้านยาเสพติดตลอดทั้งชีวิต
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนแรกใครเป็นผู้ชักนำให้เสพยา เสก โลโซ กล่าวว่า ตนถูกคะยั้นคะยอจากเพื่อนให้หลงผิดไป อยากบอกให้น้องๆที่ติดยาให้ลด ละ เลิก ตอนนี้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน เล่นกับลูก และออกไปช็อปปิ้งบางครั้ง เมื่อออกไปภายนอกมีคนเข้ามาถามไถ่ตลอด ซึ่งตนได้กล่าวขอโทษที่ทำตัวผิดไป หลังจากนี้ประมาณ 1 เดือนตนจะจัดคอนเสิร์ตใหญ่ นำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้สถาบันธัญญารักษ์ อาจจะจัดที่อิมแพค เมืองทองธานี หรือสนามกีฬากองทัพบก ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ต้องไปรายงานตัวอีกหรือไม่ ทนายเสกกล่าวตอบว่า ตอนนี้ยังถือว่าเสกยังอยู่ในการรักษาของแพทย์อยู่ ต้องไปรายงานตัวและตรวจเลือดสัปดาห์ละ 1 ครั้งเป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นจะต้องไปรายงานตัวสัปดาห์ละครั้งเป็นเวลา 2 เดือน ขั้นตอนต่อไปแพทย์จะสุ่มตรวจเลือด ตรวจเช็กว่าคนไข้กลับไปใช้ยาอีกหรือไม่
ส่วนการสืบสวนยาเสพติดยังมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ที่กรมศุลกากรวันเดียวกัน นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงข่าวจับกุมนายโมฮัมหมัด โคจั๊ดเท่ คาโทนาแบ็ด อายุ 19 ปี และนายฮาจิกั๊ด นิราด รอฟีฮาเหม็ด อายุ 22 ปี ชาวอิหร่าน ที่เดินทางเข้าประเทศโดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน อีเค 372 มาที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อคืนวันที่ 15 ก.พ. ขณะผ่านด่านตรวจมีท่าทีพิรุธ นายสดับ วัฒนเสถียร หัวหน้างานสืบสวนปราบปราม 1 ประจำสนามบิน จึงเชิญตัวมาตรวจค้นและนำเข้าเครื่องเอกซเรย์ พบว่าในท้องนายโมฮัมหมัดมียาไอซ์ห่อพลาสติกพันด้วยเทป 65 ก้อน หนัก 475 กรัม ส่วนนายฮาจิกั๊ด มียาไอซ์ในท้อง 58 ก้อน หนัก 430 กรัม รวม 905 กรัม ราคาประมาณ 3.2 ล้านบาท ควบคุมตัวส่ง บช.ปส.ดำเนินคดีต่อไป
ที่ บก.สปพ.191 พ.ต.ท.ชูตระกูล ยศมาดี รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.พร้อมกำลังจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด 2 คน ประกอบด้วยนายดิเรก หรือโก๊ะ สุคนธสังข์ อายุ 24 ปี และ น.ส.จิราพร หรือหลิน ชูรัตน์ อายุ 24 ปี นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 5 มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านสาทร พร้อมของกลางยาไอซ์ 71 กรัม ยาบ้า 4,800 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน ษจ 3430 กรุงเทพมหานคร จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านพระราม 2 ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นแฟนกัน สั่งซื้อยาเสพติดผ่านเรือนจำ ส่วนเงินที่ได้นำไปใช้หนี้พนันฟุตบอล ที่เหลือไปใช้เที่ยวเตร่ซื้อของใช้ราคาแพง แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีต่อไป
ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร แถลงหลังการประชุมว่า รัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหายาเสพติด ทำให้มีคดียาเสพติดเข้าสู่ศาลเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดีอาญาอื่น และคดียาเสพติด เกิดความล่าช้าในชั้นอุทธรณ์ ฎีกา จนผู้ต้องขังในเรือนจำล้นคุก คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าควรกำหนดให้มีศาลยาเสพติดเป็นศาลพิเศษเฉพาะ เพื่อลดระยะเวลาพิจารณาคดี และช่วยให้การพิจารณาคดีอาญาอื่นรวดเร็วขึ้น หลัง จากนี้จะนำเรื่องไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมจัดเสวนาหัวข้อ ถึงเวลาหรือยังที่ต้องมีศาลยาเสพติด หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องต้องกันจะเสนอเป็นกฎหมายขึ้นมา
ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีอัยการฝ่ายคดียาเสพติด เป็นโจทก์ฟ้องนางซารา ฟารามาร์ซี อายุ 26 ปี และนายอลิเรซา เรซาอี อายุ 24 ปี 2 สามีภรรยาชาวอิหร่าน เป็นจำเลยความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และนำเข้าราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.54 เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสนามบินสุวรรณภูมิ พบจำเลยทั้ง 2 เดินทางโดยสายการบินเอติฮัดจากกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มายังประเทศไทย ตรวจค้นกระเป๋าจำเลยพบยาไอซ์ 4 ถุง หนัก 2,870 กรัม ซุกซ่อนอยู่ จำเลยรับสารภาพว่า รับจ้างจากชายชาวอิหร่านให้นำกระเป๋าเดินทาง 2 ใบที่ซุกซ่อนยาเสพติดไปส่งให้ชายชาวมาเลเซียที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ศาลพิพากษาลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้ง 2 คน รับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยทั้ง 2 ไว้ตลอดชีวิต ริบของกลาง |